
‘บางกอกดรัก’บุกตลาดจีน
ปั้นผลิตภัณฑ์จากพริกเจาะคนรักสุขภาพคาดอุตสาหกรรมยายอดทะลุแสนล้าน
ปั้นผลิตภัณฑ์จากพริกเจาะคนรักสุขภาพคาดอุตสาหกรรมยายอดทะลุแสนล้าน
ตลาดยาแผนปัจจุบันรุ่งแสนล้าน โตแรงเกือบ 10% ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจไม่กระเทือนกำลังซื้อ ด้าน บางกอก ดรักเล็งลุยสยายปีกส่งออกยาไทยไปจีน
นายสุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก ดรัก ผู้ผลิตยาแผนปัจจุบันและยาสมุนไพร เปิดเผยว่า “แม้ว่าสถานการณ์ในประเทศจะเกิดเหตุการณ์อะไรก็ตาม ก็ไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมตลาดยาแผนปัจจุบัน เพราะยาเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ในการใช้ดำรงชีวิต ผู้บริโภคก็จำเป็นต้องซื้อสินค้ายาต่อเนื่อง” นายสุวิทย์ กล่าว
แผนงานของบริษัทในปีนี้จะขยายกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับพริกภายใต้แบรนด์ แคปซิกา ออกมาทำตลาดเพิ่มมากขึ้น ทั้งกลุ่มเจลลดเซลลูไลต์ และกาแฟที่มีส่วนผสมจากพริก ถือเป็นครั้งแรกในโลกที่แปรรูปสินค้าจากพริกมาเป็นสินค้ากลุ่มดูแลสุขภาพ โดยจากที่ผ่านมา บริษัททำตลาด แบรนด์ แคปซิกา (Capsika) ครีมบรรเทาอาการเจ็บปวด มานานหลายปีแล้ว ซึ่งเป็นสินค้าที่มีสารสกัดมาจากพริก ถือเป็นบริษัทรายแรกในไทย ที่พัฒนาสินค้าครีมเบาเทาปวดที่มีสารสกัดจากพริก
“บริษัทมุ่งพัฒนาสินค้าสมุนไพรไทยเพิ่มขึ้น เพราะต้องการพัฒนาสินค้าสมุนไพรไทยให้ได้รับการยอมรับในตลาดโลก โดยเฉพาะพริกที่มีคุณสมบัติหลายด้าน และมั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาสินค้าจากพริกออกมาทำตลาดได้หลายกลุ่ม ซึ่งพริกที่บริษัทได้นำมาพัฒนาเป็นสินค้าคือ พริกพันธุ์ยอดสนเข็ม 80 ที่ได้มีการทำคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่งกับเกษตรกรใน จ.สกลนคร” นายสุวิทย์ กล่าว
สำหรับการรุกตลาดต่างประเทศนั้น ในปีนี้เตรียมเข้าไปทำตลาดในประเทศจีน เพราะเป็นตลาดที่มีศักยภาพและกำลังเติบโตดี โดยการเข้าไปทำตลาดในประเทศจีนได้นั้นต้องใช้เวลาที่นานพอสมควร เพราะสินค้ายาต้องผ่านขั้นตอนการขออนุญาตหลายด้าน ซึ่งที่ผ่านมามีการทำตลาดผ่านเว็บไซต์ไปแล้ว พบว่า ลูกค้าชาวจีนให้ความสนใจสินค้าสูงมาก ขณะที่ตลาดส่งออกของบริษัทในปัจจุบัน ได้แก่ อาเซียน ตะวันออกกลาง และยุโรป
ขณะที่ตลาดในประเทศจะผ่านช่องทางร้านขายยาและร้านค้าต่างๆ ครอบคลุมกว่า 4,000-5,000 แห่งทั่วประเทศ โดยมีสินค้ายาที่ผลิตประมาณ 1,000 รายการ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ อาหารเสริม และเวชสำอาง ส่วนเป้าหมายรายได้รวมของบริษัทในสิ้นปีนี้คาดว่าจะเติบโต 10% จากปีก่อน ซึ่งบริษัทเป็นผู้ผลิตยาที่มีขนาดใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศไทย
สำหรับภาพรวมตลาดยาแผนปัจจุบันไทยในปีนี้ มีมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท ขยายตัว 10% ใกล้เคียงกับปีก่อน โดยตลาดรวมไม่ได้รับผลกระทบจากภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวลง และปัญหาทางการเมือง เนื่องจากยาถือเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต







