
กลัวคสช.ดุใต้โต๊ะลดแสนล.
ดัชนีโกงปรับตัวดีขึ้นสูงสุดในรอบ5ปีจ่ายสินบนนักการเมืองขรก.ลดเหลือ25%
ดัชนีโกงปรับตัวดีขึ้นสูงสุดในรอบ5ปีจ่ายสินบนนักการเมืองขรก.ลดเหลือ25%
คอร์รัปชั่นกลัว คสช. ครึ่งปีดัชนีดีขึ้นสูงสุดรอบ 5 ปี จ่ายใต้โต๊ะลดลงเหลือ 15-20% เชฟเงินแสนล้าน
นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทยครึ่งแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย. 2557) อยู่ที่ 46 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 เพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อเดือน ธ.ค. 2556 อยู่ที่ 39 คะแนน ซึ่งเป็นการเพิ่มสูงสุดในรอบ 5 ปี ตั้งแต่ทำการสำรวจมาตั้งแต่ปี 2553
“ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้ต้องบอกว่าเป็นสถานการณ์เฉพาะกิจ เพราะสำรวจในช่วงที่มีการทำปฏิวัติโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาจัดระเบียบต่างๆ ทั้งเรื่องวินรถตู้ จัดระเบียบแรงงานต่างด้าว รวมทั้งการเข้มงวดในการตรวจ สอบการทุจริตในโครงการต่างๆ จึงทำให้ความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อการคอร์รัปชั่นปรับตัวดีขึ้น” นายธนวรรธน์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังพบว่าเปอร์เซ็นต์ที่ธุรกิจต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ (เงินสินบนใต้โต๊ะ) แก่ข้าราชการ นักการเมืองที่ทุจริตเพื่อให้ได้งานนั้นมีสัดส่วนที่ลดลงด้วย พบว่าส่วนใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ 15-25% ของวงเงินงบประมาณ 1 ล้านล้านบาท ลดจากช่วงที่ผ่านมาที่จะเฉลี่ยอยู่ที่ 25-35% ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณได้ถึง 1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 0.5-0.7% ของจีดีพี
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า หากรักษาระดับดัชนีคอร์รัปชั่นให้อยู่ที่ระดับ 40 คะแนน ได้ถึงสิ้นปีนี้ เชื่อว่าน่าจะช่วยทำให้ภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น (ซีพีไอ) ของไทย ที่จัดอันดับโดยธนาคารโลก ซึ่งจะประเมินในช่วงต้นปี 2558 ปรับตัวดีขึ้นหรือมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2555 จากปัจจุบันไทยตกลงมาอยู่ที่อันดับ 102 จากปี 2555 อยู่อันดับที่ 88 จาก 177 ประเทศทั่วโลก
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 2,400 ราย 54% มองว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในปัจจุบันรุนแรงเพิ่มขึ้น สาเหตุสำคัญมาจากกฎหมายเปิดโอกาสให้ใช้ดุลพินิจที่เอื้อต่อการทุจริตได้มากที่สุด รองลงมา คือ กระบวนการทางการเมืองขาดความโปร่งใสและตรวจสอบยาก ความไม่เข้มงวดของการบังคับใช้กฎหมาย และการปฏิบัติที่ขาดจริยธรรมของบริษัท
สำหรับรูปแบบการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นบ่อยในสังคมไทย 20.8% ให้สินบน ของกำนัล หรือรางวัลต่างๆ รองลงมา คือ จ่ายเงินเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ภายหลัง 13.8% การเอื้อประโยชน์แก่ญาติและพรรคพวก 13.7% การใช้ตำแหน่งทางการเมืองเอื้อประโยชน์แก่พรรคพวก 13.2% และการทุจริตเชิงนโยบาย โดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 9.2%
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจยังพบว่าประชาชนให้ความเชื่อมั่นต่อประสิทธิภาพการทำงานต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ป.ป.ช.และองค์อิสระต่างๆ เพิ่มขึ้น อยู่ที่ 5.20 คะแนน จากเต็ม 10 คะแนน จากเดือน ธ.ค. 2556 ที่ได้ 4.60 คะแนน ความเชื่อมั่นต่อการทำงานของสมาคมภาคธุรกิจต่างๆ 5.25 คะแนน เพิ่มจาก 5.08 คะแนน ความเชื่อมั่นต่อผู้ประกอบการอยู่ที่ 5.10 คะแนน จาก 5.07 คะแนน ความเชื่อมั่นต่อสื่อมวลชนอยู่ที่ 5.54 จาก 5.49 คะแนน และความเชื่อมั่นต่อภาคประชาชนอยู่ที่ 5.70 จาก 5.64 คะแนน







