posttoday
ตลท.ลุยเพิ่มนักลงทุนหน้าใหม่8หมื่นราย

ตลท.ลุยเพิ่มนักลงทุนหน้าใหม่8หมื่นราย

27 มิถุนายน 2557

“เกศรา” คงเป้าเพิ่มผู้ลงทุนหน้าใหม่ปีนี้ 8 หมื่นราย จับมือ ออมสินแบงก์ ดันบัญชีซื้อขายหุ้นทะลุล้าน

“เกศรา” คงเป้าเพิ่มผู้ลงทุนหน้าใหม่ปีนี้ 8 หมื่นราย จับมือ ออมสินแบงก์ ดันบัญชีซื้อขายหุ้นทะลุล้าน

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงทุนในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาในตลาดหุ้นอาจจะไม่ดีนัก แต่พอเข้าสู่เดือน มิ.ย.นี้ ภาวะดีขึ้นและมีจำนวนหุ้นเข้าใหม่ (ไอพีโอ) หลายตัว คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ของหุ้นไอพีโอและหุ้นเพิ่มทุนในปีนี้น่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะเพิ่มขึ้นอีก 2.1 แสนล้านบาท

ทางด้านฐานผู้ลงทุนแม้ในช่วงไตรมาสแรก มีจำนวนผู้ลงทุนหน้าใหม่มาเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นเพียง 1.6 หมื่นราย ซึ่งยังห่างยอดเป้าหมายที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งไว้ทั้งปีที่ 8 หมื่นราย แต่ก็ยังคงเป้าหมายเช่นเดิม ซึ่งหากสามารถทำได้ตามเป้าหมายน่าจะทำให้จำนวนบัญชีหุ้นทั้งหมดแตะระดับ 1 ล้านบัญชีได้ จากปัจจุบันมีจำนวนบัญชีทั้ง 964,523 บัญชี ในจำนวนนี้เป็นบัญชีซื้อขายผ่านระบบบอินเทอร์เน็ต 648,100 บัญชี

“กลุ่มนักลงทุนหน้าใหม่ที่คาดว่าจะเข้ามาก็เป็นนักลงทุนทั่วไปที่เข้ามาลงทุนรวมถึงเป็นกลุ่มลูกค้าที่มาจากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งขณะนี้ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทหลักทรัพย์ทุกแห่งได้มีการหารือกับธนาคารออมสินที่จะสนับสนุนให้ลูกค้าของธนาคารมาเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์ รวมถึงธนาคารอื่นๆ ด้วย ซึ่งได้ทำกิจกรรมร่วมกันมาโดยตลอด” นางเกศรา กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของลูกค้าที่ซื้อขายผ่านระบบออนไลน์และการรุกหาลูกค้าในต่างจังหวัดมากขึ้นด้วย

สำหรับแนวโน้มของการซื้อขายผ่านออนไลน์เพิ่มขึ้นโดยตลอด จนขณะนี้มีสัดส่วน 35% ของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 3.5 หมื่นล้านบาท และคิดเป็นสัดส่วน 67% ในส่วนของผู้ลงทุนรายบุคคล ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นจาก 2 ปีก่อนหน้านี้มีสัดส่วนเพียงกว่า 50% ของผู้ลงทุนรายบุคคล และคาดว่ามีโอกาสเพิ่มขึ้นได้อีกเป็นไปในพัฒนาการเดียวกับตลาดหุ้นเกาหลี ไต้หวัน และตุรกี ซึ่งมีสัดส่วนการซื้อขายผ่านออนไลน์สูงถึง 8090%

อย่างไรก็ตาม ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยังคงเป้าหมายที่ระดับเดิม แม้ว่าในช่วงครึ่งแรกมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นจะอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เชื่อว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ มูลค่าการซื้อขายจะสูงกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท

สำหรับผลตอบแทนการลงทุนในหุ้นไทยขณะนี้อยู่ที่ 12.9% อาจไม่ได้สูงที่สุดในภูมิภาคนี้ เมื่อเทียบตลาดหุ้นฟิลิปปินส์อยู่ที่ 1819% แต่หากรวมกับผลตอบแทนจากเงินปันผลอีกประมาณกว่า 33.8% จะทำให้ผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 16.9% ถือเป็นระดับที่น่าสนใจ และเชื่อว่าใน 12 เดือนข้างหน้าเศรษฐกิจของประเทศไทยจะมีการเติบโตที่ดีน่าจะช่วยผลักดันตลาดหุ้นต่อไปได้

ตลาดหุ้นวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นเดินหน้าอีก 8.99 จุด หรือ 0.61% ปิดที่ระดับ 1,477.48 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายปานกลางจำนวน 37,943 ล้านบาท ตามแรงซื้อของสถาบันในประเทศถึง 3,074 ล้านบาท ขณะที่รายย่อยอาศัยจังหวะขาย จำนวน 2,197 ล้านบาท และต่างชาติขายเล็กน้อย 49 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน