
โลกยังคงร้อนขึ้น
องค์กรทางด้านการวิจัยทะเลและอากาศของสหรัฐอเมริกา (เอ็นโอเอเอ) เผยข้อมูลล่าสุดจากการเก็บสถิติมาตั้งแต่ปี 1880 ว่า อุณหภูมิเฉลี่ยบนผิวโลกเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา พุ่งสูงสุดแบบทำลายสถิติเดิมลงอย่างราบคาบ
องค์กรทางด้านการวิจัยทะเลและอากาศของสหรัฐอเมริกา (เอ็นโอเอเอ) เผยข้อมูลล่าสุดจากการเก็บสถิติมาตั้งแต่ปี 1880 ว่า อุณหภูมิเฉลี่ยบนผิวโลกเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา พุ่งสูงสุดแบบทำลายสถิติเดิมลงอย่างราบคาบ
จากข้อมูลของเอ็นโอเอเอพบว่า อุณหภูมิของเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เพิ่มสูงขึ้นราว 1.33 องศาฟาเรนไฮต์ เมื่อเทียบกับอุณหภูมิเฉลี่ยของเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิบนพื้นดินและผิวมหาสมุทรในศตวรรษที่ 20 ที่เคยอยู่ที่ระดับ 58.6 องศาฟาเรนไฮต์
แม้อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจะดูไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับขนาดโลกที่กว้างใหญ่ ทว่าสิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อฤดูกาลต่างๆ โดยเฉพาะอุณหภูมิโลกที่จะอุ่นขึ้นมากและนานกว่าปกติ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันปัญหาโลกร้อนที่เกิดขึ้นจากระดับก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศที่เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม ก็เริ่มส่งผลกระทบให้เห็นได้อย่างชัดเจนทั่วโลกแล้ว ทั้งคลื่นความร้อนขนาดใหญ่ ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น และรูปแบบการเปลี่ยนแปลงไปของหยาดน้ำฟ้า ไม่ว่าจะเป็น น้ำฝน หิมะ หรือลูกเห็บก็ตาม
จากรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปของสภาพอากาศนี้ นักวิทยาศาสตร์จึงกล่าวสรุปได้ว่า ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดมาจากอุณหภูมิของโลกที่อุ่นขึ้นกว่าปกตินั่นเอง







