posttoday
สหรัฐลดเครดิตฉุดศักยภาพแข่งขันกลุ่มอาหาร

สหรัฐลดเครดิตฉุดศักยภาพแข่งขันกลุ่มอาหาร

26 มิถุนายน 2557

การที่สหรัฐปรับลดอันดับสถานการณ์ค้ามนุษย์ของไทย และสหภาพยุโรปยกเลิกการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เป็นความเสี่ยงต่อกลุ่มส่งออกอาหาร

การที่สหรัฐปรับลดอันดับสถานการณ์ค้ามนุษย์ของไทย และสหภาพยุโรปยกเลิกการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เป็นความเสี่ยงต่อกลุ่มส่งออกอาหาร

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดว่าผลกระทบจำกัด เนื่องจากคาดผู้ส่งออกไทยยังคงสามารถส่งออกได้ แต่ความสามารถในการแข่งขันอาจลดลง

ทั้งนี้ คาดว่าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ได้รับผลกระทบน้อยกว่าบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) เนื่องจากสัดส่วนยอดขายไปยังประเทศดังกล่าวน้อยกว่า

บล.เมย์แบงก์ฯ ประเมินผลกระทบกรณีแย่สุด คือ มีการคว่ำบาตรจะกระทบต่อกำไร CPF 8%, TUF 15% เพราะบริษัทยังมีฐานการผลิตในประเทศอื่นผลิตแทนได้ และยังคงประมาณการเดิมและแนะนำทยอยซื้อ CPF (ราคาเป้าหมาย 35.75 บาท) โดยประเมินว่ากำไรของบริษัทยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง

ขณะที่ราคาหุ้นตอบรับเชิงลบมากเกินไป ดังนั้นจึงยังคงคำแนะนำขายทำกำไร TUF (ราคาเป้าหมาย 64 บาท) เนื่องจากราคาหุ้นเกินเป้าหมาย

การที่สหรัฐปรับลดอันดับสถานการณ์ค้ามนุษย์ของไทย และสหภาพยุโรปยกเลิกการเจรจาเอฟทีเอ คาดว่าส่งผลกระทบจำกัดต่อ CPF เนื่องจากรายได้จากการส่งออกกุ้งไปสหรัฐและสหภาพยุโรป 1.4% ของยอดขายรวม

ขณะที่ยอดส่งออก (กุ้งและไก่) ไปสหภาพยุโรปมีสัดส่วน 3.4% ปัจจุบันยังไม่มีลูกค้าในสหรัฐและสหภาพยุโรประงับคำสั่งซื้อสินค้าของ CPF ยกเว้นคาร์ฟูร์ ซึ่งในปี 2556 มีการสั่งซื้อสินค้าจาก CPF 130 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 0.03% ของยอดขายรวม

ในกรณีที่แย่ที่สุด หากทั้งสหรัฐและสหภาพยุโรปคว่ำบาตรสินค้าจากไทย และไม่มีการใช้ฐานการผลิตอื่นผลิตแทน ประเมินในเบื้องต้น คาดว่าจะกระทบกำไรของ CPF ราว 8% ราคาเป้าหมายลดลงจาก 35.75 บาท เหลือ 33.80 บาท ซึ่งยังสูงกว่าราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ 29%

“เราเชื่อว่าราคาหุ้นปรับตัวลดลงมากเกินไป โดยเมื่อพิจารณาราคาหุ้น CPF ปัจจุบันที่ 26.25 บาท จะประกอบด้วยมูลค่าจากบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) 18.77 บาท และธุรกิจของ CPF เอง 7.48 บาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) เพียง 8.3 เท่า”

สินค้ากุ้งส่งออกไปสหรัฐและสหภาพยุโรป มีสัดส่วน 7.1% ของยอดขายรวม ขณะที่ยอดส่งออกสินค้า (ทูน่า กุ้ง และอาหารทะเลอื่นๆ) ไปสหภาพยุโรป มีสัดส่วนราว 9% อย่างไรก็ดียังไม่มีลูกค้ายกเลิกการสั่งซื้อสินค้าจาก TUF

กรณีแย่ที่สุด หากมีการคว่ำบาตร จะกระทบกำไรของ TUF ราว 15% ส่งผลให้ราคาเป้าหมาย (พี/อี 15 เท่า) ลดลงจาก 64 บาท เหลือ 54.50 บาท

หากมีการคว่ำบาตรสินค้าจากไทย CPF ยังสามารถใช้ฐานการผลิตในต่างประเทศ เช่น เวียดนาม อินเดีย ผลิตแทนได้ ส่วน TUF คาดว่าใช้ฐานการผลิตของบริษัทย่อยในประเทศอื่นๆ สำหรับผลิตสินค้าทูน่าและอาหารทะเลได้ ยกเว้นสินค้ากุ้ง ซึ่งมีฐานการผลิตแต่เพียงในประเทศไทย

อย่างไรก็ดี ไม่คาดว่ากรณีการคว่ำบาตรจะเกิดขึ้น ดังนั้นยังคงประมาณการเดิม โดยคาดว่าปีนี้ผลประกอบการของทั้ง CPF และ TUF จะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย