
หุ้นเช้าปิดร่วงต่อ
ดัชนีหุ้นไทยปิดเช้าวันที่ 25 พ.ค.ปรับตัวลดลงต่อจากวานนี้ 15.34จุดมาอยู่ที่ 728.97 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 11,461 ล้านบาท ดัชนีลงลึกที่สุด 728.70 และปรับตัวสูงสุด 735.95 จุด ตามสถานการณ์ในประเทศที่ยังไม่น่าไว้วางใจและดัชนีหุ้นทั่วโลกที่กังวลกับเหตุการณ์ในยุโรป ทำให้นักลงทุนทั่วโลกแห่เข้าถือพันธบัตรแทนสินทรัพย์เสี่ยง
ดัชนีหุ้นไทยปิดเช้าวันที่ 25 พ.ค.ปรับตัวลดลงต่อจากวานนี้ 15.34จุดมาอยู่ที่ 728.97 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 11,461 ล้านบาท ดัชนีลงลึกที่สุด 728.70 และปรับตัวสูงสุด 735.95 จุด ตามสถานการณ์ในประเทศที่ยังไม่น่าไว้วางใจและดัชนีหุ้นทั่วโลกที่กังวลกับเหตุการณ์ในยุโรป ทำให้นักลงทุนทั่วโลกแห่เข้าถือพันธบัตรแทนสินทรัพย์เสี่ยง
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคจีไอ(ประเทศไทย) ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวลงก่อนมีแรงสู้กลับได้ ภาพรวมจิตวิทยาการลงทุนยังไม่ดีหลังจากนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 7,800ล้านบาทเมื่อวานนี้
อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้น วันนี้น่าจะฟื้นตัวได้จาก เมื่อวานหุ้นร่วงแรงไปแล้วและเชิงเทคนิคมีแนวรับสำคัญที่ 730-733 จุด ซึ่งเชิงมูลค่าหุ้นก็ถือว่าน่าสนใจเช่นกัน โดย ที่ 730 จุดจะคิดเป็นสัดส่วนราคาต่อกำไร( PE )ปี 2553 ที่ 10.0 เท่า และ ราคาตามมูลค่าบัญชี(PB )(ย้อนหลัง 12 เดือน) ที่ 1.46 เท่า ซึ่งมองว่าค่อนข้างน่าสนใจเมื่อพิจารณาว่าแม้ไทยเจอปัญหาวิกฤตการเมืองแต่แนวโน้มที่ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)ยังเติบโต 3-4% และกำไรบริษัทจดทะเบียน( บจ. )น่าจะโตได้มากกว่า 10% ในปีนี้ ขณะที่เมื่อวานนี้มูดี้ส์ก็ออกมาชี้ว่าคงไม่ปรับลดเรทติ้งของไทยเพราะการเมืองไม่ได้กระทบพื้นฐานและความสามารถในการชำระหนี้ของไทย
บล.เคจีไอแนะกลยุทธ์: พอร์ตเก็งกำไร – ที่ซื้อไปเมื่อวานแนะถือ หรือซื้อเพิ่มตามแนวรับเพื่อรอขายช่วงดัชนีดีดตัวกลับ ส่วนพอร์ตการลงทุน – ให้ซื้อเพิ่มช่วงดัชนีอ่อนตัว เน้นหุ้นตลาดอย่างบริษัทปตท.( PTT,)บริษัทปตท.เคมิคอล( PTTCH,)บริษัทปูนซิเมนต์ไทย( SCC,)ธนาคารกสิกรไทย( KBANK )และ ธนาคารกรุงไทย(KTB )ส่วนหุ้นขนาดกลางในกลุ่มอาหารจะโดดเด่นกว่าในระยะสั้นต่อไป แนะซื้อต่อบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร( CPF )และบริษัทสยามแมคโคร(MAKRO)







