
หนุนตั้งสภาขนส่งทางถนน
คลอดกฎระเบียบดูแลโลจิสติกส์ไทยสกัดบริษัทต่างชาติหลังเปิดเออีซี
คลอดกฎระเบียบดูแลโลจิสติกส์ไทยสกัดบริษัทต่างชาติหลังเปิดเออีซี
สมาคมขนส่งสินค้าเล็งชง คสช.ตั้งสภาขนส่งทางถนน กรองต่างชาติไหลเข้าหลังเปิดเออีซี
นายวรวิทย์ เจริญวัฒนพันธ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ เปิดเผยว่า สมาคมเตรียมจะเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดตั้งสภาการขนส่งทางถนนขึ้นมา โดยจะมีตัวแทนภาคเอกชนจากสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์เข้าร่วม เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ ระเบียบและข้อบังคับต่างๆ เกี่ยวกับการเข้ามาทำธุรกิจด้านการบริการขนส่งและโลจิสติกส์ของต่างชาติในไทยหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
“คาดว่าเปิดเออีซีจะมีผู้ประกอบการธุรกิจบริการขนส่งและโลจิสติกส์จากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะจากจีนเข้ามามากขึ้น เพื่อใช้ไทยเป็นฐานกระจายสินค้าในอาเซียน หากไม่มีการควบคุมหรือสกัดให้ดีก็อาจทำให้ไทยไม่ได้ประโยชน์อย่างที่ตั้งใจไว้” นายวรวิทย์ กล่าว
ทั้งนี้ การมีสภาขนส่งทางถนนขึ้นมานั้น จะทำให้มีกฎเกณฑ์ระหว่างภาคเอกชนกับเอกชนด้วยกันเองในการควบคุมกองทัพรถขนส่งจากประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนที่จะไหลผ่านไทย เพื่อควบคุมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
นายวรวิทย์ กล่าวว่า ทุกประเทศต่างก็มีมาตรการดังกล่าวทั้งนั้น มากน้อยต่างกันไป เช่น การกำหนดพวงมาลัยรถยนต์จะต้องเป็นพวงมาลัยซ้ายหรือขวา การกำหนดว่ารถขนส่งที่วิ่งจะต้องเป็นรถที่จดทะเบียนในประเทศนั้นๆ ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นมาตรการกีดกันทางการค้า (เอ็นทีบี) แบบอ่อนๆ ที่ทุกประเทศใช้กัน
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องมีจุดรวบรวมขนส่งสินค้าในประเทศ ซึ่งอาจจะทำเป็นลักษณะของนิคมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก็ได้ รวมทั้งควรมีการบังคับใช้กฎหมายการขนส่งอย่างเข้มงวด เพื่อสนับสนุนให้มีการขนส่งสินค้าทางบกที่มีประสิทธิภาพ
ที่ผ่านมาสมาคมได้ตั้งโรงเรียนสอนขับรถบรรทุกสินค้าขึ้นมา เพื่อผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยจะมีการออกหนังสือรับรองทางวิชาชีพ และออกหนังสือรับรองจรรยาบรรณด้านวิชาชีพของผู้ขนส่งสินค้าพนักงานสายวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของผู้ประกอบการขนส่ง เพื่อรองรับการเปิดเสรีในอนาคต
“คาดว่าเออีซีจะทำให้ต่างชาติมาเปิดบริษัทในกลุ่มอาเซียนได้ โดยลงทุนได้ถึง 70% ซึ่งหากตั้งสภาการขนส่งทางถนนได้เร็วเท่าไร ก็จะทำให้รถบรรทุกทั่วประเทศจำนวนกว่า 8 แสนคัน หรือบริษัทขนส่งของคนไทยสามารถประคองธุรกิจอยู่ได้” นายวรวิทย์ กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าธุรกิจด้านการบริการขนส่งและโลจิสติกส์ในอาเซียนจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 เท่าตัวแน่นอน







