
สร้างพันธมิตร
แม้อาเซียนจะรวมตัวกันเป็นประชาคมในปลายปีหน้า แต่บางคนมีโอกาสได้คลุกคลีกับประเทศเพื่อนบ้านมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว เพราะการลงทุนของคนในครอบครัว
แม้อาเซียนจะรวมตัวกันเป็นประชาคมในปลายปีหน้า แต่บางคนมีโอกาสได้คลุกคลีกับประเทศเพื่อนบ้านมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว เพราะการลงทุนของคนในครอบครัว
เช่นเดียวกับ เหมโชค สิงห์สมบุญ ทายาทตระกูลสิงห์สมบุญ วัย 34 ปี ซึ่งครอบครัวเข้าไปลงทุนธุรกิจสถาบันการเงินในลาวตั้งแต่เมื่อ 20 กว่าปีก่อน จนปัจจุบันเขากลายมาเป็นรองประธานบริษัท เอเอซี กรีน ซิตี้ ช่วยครอบครัวดูแลโครงการอสังหาริมทรัพย์ “นาคราชนคร” มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท บริเวณชายแดนไทยลาว
เหมโชค เป็นหนุ่มนักเรียนนอก เติบโตอยู่ที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่ชั้น ม.1 จากนั้นเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยริชมอนด์ แล้วกลับมาศึกษาต่อที่ไทย และช่วยที่บ้านดูแลธุรกิจในลาวมานาน 67 ปี
เขาเล่าว่า การทำธุรกิจในลาวไม่ใช่เรื่องยากเท่าไรนัก เมื่อเปรียบเทียบกับการทำธุรกิจในไทย ภาครัฐของลาวให้การสนับสนุนภาคเอกชนลงทุนโครงการต่างๆ อย่างเต็มที่ และส่งเสริมสิ่งที่เอกชนต้องการจริงๆ หลายประเด็นยังค่อนข้างอะลุ่มอล่วย แตกต่างจากการดำเนินโครงการในไทยที่บางประเด็นมีปัญหาค่อนข้างซับซ้อน เช่น การขออนุญาตลงทุนด้านต่างๆ มักมีขั้นตอนยุ่งยากและไม่มีการสนับสนุนจากภาครัฐ
“อีก 5 ปีข้างหน้าลาวน่าจะมีหน้าตาเปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะมีปัจจัยบวกหลายด้าน ด้วยพื้นที่และทรัพยากรที่มีจำนวนมาก ประกอบกับพื้นที่ประเทศติดกับจีน จะช่วยให้นักลงทุนทั้งในอาเซียนและนอกอาเซียนสนใจเข้ามาลงทุนเพิ่มเติม”
อย่างไรก็ตาม หลายคนมักมองลาวในฐานะประเทศ “ทางผ่าน” สู่จีน มากกว่าในฐานะประเทศสำคัญ เหมโชค บอกว่า ต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการมองใหม่ จากเดิมที่มองเขาเป็น “Land Lock” ไม่มีทางออกสู่ทะเล ให้มองเขาเป็น “Land Link” ที่เชื่อมอาเซียน จากเดิมที่มองคนของเขาเป็นประชาชนบนเส้นทางที่เราผ่าน ให้ช่วยกันเปลี่ยนเขาเป็น “พันธมิตร” หรือ “คู่ค้า” ที่สำคัญ
เขาย้ำว่า ลาวคือประเทศที่วัฒนธรรมและภาษาใกล้เคียงกับไทยที่สุดในบรรดาอาเซียนทั้งหมด ไทยสามารถส่งเสริมให้เขามีอาชีพ มีองค์ความรู้ (know how) ที่ดีในการทำงาน ทำธุรกิจ ไทยก็จะได้พันธมิตรที่เข้มแข็งขึ้นในการเจาะตลาดจีน
เหมโชค บอกอีกว่า การจะทำให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งพัฒนาได้ ต้องทำให้คนต่างถิ่นเห็นค่าของท้องถิ่น เพื่อสร้างเม็ดเงินให้ไหลเข้ามา เช่น จีนเห็นค่าของลาว จึงเข้ามาช่วยสร้างถนน R3A เพื่อเชื่อมจากไทยไปจีน
สำหรับการพัฒนาไทยให้พร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น ควรให้ความสำคัญกับภาคธุรกิจท่องเที่ยว โดยไม่มองข้ามเพื่อนบ้านในกลุ่ม เช่น ฟิลิปปินส์
“ฟิลิปปินส์รู้จักตกแต่งรถสามล้อให้ดูน่าใช้ ดูเหมาะกับการบริการท่องเที่ยว เราจึงน่าจะปรับปรุงให้ดูดีเช่นกัน”
สุดท้าย เขาเชื่อว่า เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน คนต่างชาติจะทะลักเข้ามาในไทยมากกว่าคนไทยไหลออกไปต่างชาติ ดังนั้นคนไทย นักธุรกิจไทย จึงต้องรู้จักสร้างพันธมิตรต่างชาติในอาเซียน รวมถึงสร้างพันธมิตรกับคนไทยด้วยกัน เพื่อพัฒนาธุรกิจของตัวเองให้มีประสิทธิภาพง่ายขึ้น และพร้อมจะบุกตลาดนอกอาเซียนต่อไป
“เรื่องดังกล่าวเอกชนสามารถคุยกันเองได้ และใช้ความสัมพันธ์ทางด้านทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้ธุรกิจเกิดความเข้มแข็งต่อไป”







