
วินเทจฯคุยกำไรเทิร์นอะราวด์ปี2558
วินเทจฯ เทิร์นอะราวด์กำไรพุ่งกระฉูด เริ่มรับรู้รายได้ขายถ่านหินที่อินโดฯ
วินเทจฯ เทิร์นอะราวด์กำไรพุ่งกระฉูด เริ่มรับรู้รายได้ขายถ่านหินที่อินโดฯ
นายโสรัจ โรจนเบญจกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วินเทจ วิศวกรรม (VTE) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา บริษัทลูกคือ Worldmax Management ซึ่ง VTE ถือหุ้น 100% ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) Exclusive Selling and Distribution กับบริษัท PT. China Coal Geology Mining ซึ่งเป็นบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจจีนในอินโดนีเซีย โดย Worldmax Management ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการนำถ่านหินออกมาจำหน่ายจากเหมืองบนเกาะ Kalimantan จำนวน 4 เหมือง จากทั้งหมด 11 เหมือง
ทั้งนี้ ได้ตกลงทำสัญญาร่วมกันเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งในเบื้องต้นจะมีผลผลิตถ่านหิน 1 แสนตัน/เดือน และเพิ่มขึ้นถึง 3 แสนตัน/เดือน ส่วนที่เหลืออีก 7 เหมืองอยู่ระหว่างการเจรจาในการเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายเช่นเดียวกัน
นายโสรัจ กล่าวว่า บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจถ่ายหินตั้งแต่เดือนมิ.ย.นี้ จากบริษัทลูกทำธุรกิจเทรดดิ้งถ่านหิน หลังจากเซ็นสัญญาบริหารเหมือง (Offtake) พร้อมจัดจำหน่ายถ่านหินกับ PT. Bangun Jaya Citra Mandiri (BJCM) บนเกาะสุมาตรา ซึ่งจะเริ่มนำถ่านหินออกมาขายและรับรู้รายได้ในเดือนนี้ โดยทำสัญญาร่วมกัน 2 ปี มีกำลังการผลิตและสามารถจำหน่ายถ่านหินเฉลี่ยปีละ3 แสนตัน
“ถ่านหินที่เราได้บริหารและเป็นตัวแทนจำหน่ายในครั้งนี้ จะนำไปขายให้กับบริษัท Tader Coal SMC บริษัทยักษ์ใหญ่ในธุรกิจถ่านหินในประเทศจีน ซึ่งที่ผ่านมาได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจการรับซื้อถ่านหินไปเรียบร้อยแล้ว โดยลูกค้ารายนี้ต้องการปริมาณถ่านหินขั้นต่ำถึง 2.5 ล้านตัน/เดือน แต่ Worldmax Management สามารถผลิตและป้อนถ่านหินให้ได้ประมาณ 3 แสนตัน/เดือนเท่านั้น แต่ในอนาคตหากสามารถขุดถ่านหินมาจำหน่ายได้มากขึ้นก็สามารถที่จะขายได้เพิ่มขึ้น โดยลูกค้ายินดีที่จะรับซื้อทั้งหมด” นายโสรัจ กล่าว
บริษัท วินเทจฯ จะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจถ่านหินได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 นี้เป็นต้นไป ทำให้ผลงานโดยรวมในปีนี้น่าจะเริ่มเห็นผลเด่นขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2556 ที่ผ่านมา แต่จะขยายตัวขึ้นอย่างมากในปี 2558 โดยจะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ สัดส่วนรายได้จากธุรกิจถ่านหินจะอยู่ที่ 6070% เมื่อเทียบกับรายได้ในส่วนของวิศวกรรมที่อยู่ที่ประมาณ 600 ล้านบาท/ปี และเชื่อว่าจะเป็นปีที่บริษัทเริ่มกลับมามีกำไรอย่างโดดเด่นและถือเป็นปีแห่งการเทิร์นอะราวด์ผ่านการรุกคืบเข้าสู่ธุรกิจพลังงาน เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้และกระจายความเสี่ยงการทำธุรกิจ
นายโสรัจ กล่าวต่อว่า บริษัทพร้อมรุกธุรกิจพลังงานเต็มตัวโดยเฉพาะธุรกิจถ่านหินในประเทศอินโดนีเซีย หลังเริ่มเข้าสู่ธุรกิจนี้ด้วยการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท SMI ตั้งแต่ปีที่แล้ว ผ่านการเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 25% มูลค่าลงทุน 600 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มขุดถ่านหินได้ในช่วงไตรมาส 4 โดยมีอายุสัมปทาน 5 ปี และปริมาณสำรองถ่านหิน 50 ล้านตัน
นอกจากนั้น บริษัทได้รับหนังสือแจ้งความจำนงเพื่อทำสัญญาการจ้างงาน (LOI) โครงการแอสปาย (Aspire) รัชดาฯวงศ์สว่าง จากบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) มูลค่าโครงการรวม 248,460,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลาดำเนินการภายใน 21 เดือน







