posttoday
อำพลฟูดส์ เสิร์ฟกะทิป้อน"รอยไทย"สู่อาเซียน

อำพลฟูดส์ เสิร์ฟกะทิป้อน"รอยไทย"สู่อาเซียน

23 มิถุนายน 2557

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

อาหารไทยได้รับความนิยมในอาเซียน ซึ่งการ ปรุงรสให้เหมือนกับต้นตำรับนั้น วัตถุดิบคือสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งผู้ผลิตสินค้าจากไทยเห็นแนวโน้มความต้องการดังกล่าวจึงขยายตลาดในอาเซียน และด้วยความหลากหลายของสินค้า ทำให้สามารถครองตลาดต่างแดนได้ไม่ยาก

เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่ง เล่าว่า อำพลฟูดส์ส่งสินค้าหลายชนิดไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ กะทิชาวเกาะ ที่ส่งไปเจาะตลาด สปป.ลาว พม่า กัมพูชา สิงคโปร์ มาเลเซีย ซึ่งสามารถครองตลาดได้อย่างดี เนื่องจากแต่ละประเทศมีพื้นฐานการปรุงอาหารคล้ายคลึงกับไทย ใช้กะทิเป็นวัตถุดิบ ประกอบกับประเทศเหล่านี้ยังไม่มีโรงงานผลิตกะทิหรือมีวัตถุดิบท้องถิ่นไม่เพียงพอ เมื่อสินค้าไทยตอบสนองความต้องการได้ ตลาดก็ตอบรับดี

ขณะที่ประเทศอื่นอย่าง เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย มีมะพร้าวในประเทศจำนวนมาก จึงไม่ส่งกะทิไปขาย แต่ใช้น้ำแกงพร้อมปรุงยี่ห้อรอยไทยไป ตีตลาดแทน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากและสามารถเจาะตลาดอาเซียนได้ทุกประเทศ

สำหรับอนาคต บริษัทมองว่าตลาดอาเซียนยังเติบโตอีกมาก เนื่องจากมีผู้บริโภคจำนวนมากนิยมอาหารไทย รวมทั้งมีพื้นฐานการใช้วัตถุดิบปรุงอาหารคล้ายไทย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอาเซียนยังไม่ใช่ตลาดหลักของบริษัท โดยมีสัดส่วนประมาณ 10% ของยอดการส่งออกทั้งหมด สินค้าหลัก ได้แก่ กะทิชาวเกาะ และรอยไทย แต่เชื่อว่าในปี 2558 จะเพิ่มสัดส่วนตลาดอาเซียนได้มากขึ้นเป็น 20% เนื่องจากมีแผนจะส่งสินค้าเข้าไปทำตลาดมากขึ้น วางแผนการตลาดอย่างเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกัน ในปีนี้จะเพิ่มกำลังการผลิต ขยายโรงงานในเมืองไทย ซึ่งจะสามารถผลิตสินค้าตอบสนองตลาดได้มากขึ้น

ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากการส่งออกประมาณ 1,000 ล้านบาท คิดเป็น 30% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งแบ่งเป็นตลาดยุโรป 60% ญี่ปุ่น 20% อาเซียน 10% และอื่นๆ 10%

นอกจากส่งสินค้าไปขายแล้ว อาเซียนยังเป็นแหล่งวัตถุดิบที่ดีแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะมะพร้าว ซึ่งบริษัทนำเข้าจากเวียดนามและอินโดนีเซีย ปริมาณการนำเข้าขึ้นอยู่กับผลผลิตของไทยในแต่ละปีว่ามีมากน้อยแค่ไหน

สำหรับการนำเข้ามะพร้าวสามารถทำได้ในช่วงปลายปีเดือน พ.ย. จนถึง พ.ค.ของทุกปี ซึ่งจะคิดอัตราภาษี 0%

แต่หากนำเข้าช่วงอื่นจะอยู่ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เสียภาษีนำเข้า 50% ซึ่งบริษัทจะพยายามนำเข้าให้เต็มโควตาในช่วงระยะเวลา ที่กำหนดไว้

ในฐานะผู้ผลิตสินค้าอาหาร เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า จะต้องบริหารจัดการเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น การขออนุญาตจากองค์การอาหารและยา (อย.) ของประเทศปลายทาง ซึ่งมีขั้นตอนซับซ้อนและใช้เวลานาน รวมถึงการขอมาตรฐานฮาลาล ที่ต้องยื่นขอในประเทศนั้นๆ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไม่ได้มีการยอมรับมาตรฐานเดียวกัน ผู้ประกอบการจึงต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบขั้นตอนของประเทศคู่ค้าอย่างลึกซึ้งรอบด้าน

ผู้บริหารอำพลฟูดส์ ทิ้งท้ายถึงการเปิดประชาคมอาเซียนว่า เป็นทั้งโอกาสและอุปสรรคในเวลาเดียวกัน เพราะเมื่อตลาดเปิดกว้าง โอกาสขายสินค้ามีมากขึ้น แต่การกีดกันทางการค้าระหว่างกันก็มีมากเช่นเดียวกัน ทำให้ผู้ประกอบการต้องพร้อมรับมือกับทั้งโอกาสที่จะเข้ามาและอุปสรรคที่จะต้องเจอ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ