
สีสัน ควันหลง สีลม เซเว่น-โชห่วยช่วยชาติ
8...พรสวรรค์ นันทะ
ช่วงที่สถานที่ราชการ บริษัทเอกชน ธนาคารพาณิชย์ ในย่านถนนศาลาแดง ใต้สถานีรถไฟฟ้าสีลมต่างปิดเพื่อความปลอดภัย
กลับมีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นและร้านขายของชำหาญกล้า เปิดขายให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยในย่านนั้น
ความกล้าเสี่ยงตายทำให้ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาย่านนี้นำมาบอกเล่ากันปากต่อปาก ถึงความ
“ใจถึงพึ่งได้”ผู้จัดการเขตของเซเว่นอีเลฟเว่น ที่ตั้งอยู่ปากซอยคอนแวนต์ เล่าว่า จะเปิดร้านตั้งแต่เช้าจนถึงก่อนหัวค่ำทุกวัน ในช่วงที่มีเหตุการณ์รุนแรง ไม่ใช่เราไม่กลัว หรือไม่ห่วงความปลอดภัยของพนักงานในร้าน แต่เพราะเห็นใจลูกค้าซึ่งก็คือผู้ที่อยู่แถวนั้น รวมทั้งทหาร ตำรวจ และนักข่าวที่มาปฏิบัติหน้าที่
อย่างในช่วงวินาทีที่ได้ยินเสียงระเบิด เรากำลังจะดึงประตูเหล็กปิดร้าน กลับมีลูกค้าวิ่งหน้าตั้งเข้ามาอ้อนวอนขอซื้อของ เพราะเขาก็คงไม่รู้จะไปซื้อของที่ไหนในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนั้น
พวกเราได้แต่มองหน้ากัน และเชื่อว่าทุกคนคงคิดเหมือนกัน คือ สงสาร เห็นอก เห็นใจ เลยต้องผ่อนผันขายให้ ทั้งที่คำสั่งจากบริษัทใหญ่ให้ปิดหมดแล้ว เพราะร้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยง แต่เราก็ทนลูกตื้อไม่ไหว จนแล้วจนรอดเราต้องแย้มประตูร้านขายให้ลูกค้า
“
พอขายให้รายแรกก็มีมาอีกหลายราย ก็เข้าใจว่าลูกค้าน่าจะเป็นคนแถวนี้ เป็นพนักงานออฟฟิศ เป็นบริษัทรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ซึ่งเดาว่าคงหิว ไม่รู้จะซื้อของที่ไหน” ผู้จัดการเขตสาวเล่าไปพลางหัวเราะไปพลางหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น เมื่อลูกค้าทุกคนซื้อของเสร็จแล้ว ต้องถามคำเดียวกันทุกคนว่า
“พรุ่งนี้เปิดร้านไหม?” เราก็บอกได้แค่ว่า “ยังไม่แน่คะ” เพราะเราก็ไม่ทราบจริงๆ ว่าอะไรจะเกิดขึ้นลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะกลับมาซื้อของที่ร้านทุกวัน เพราะช่วงที่มีเหตุการณ์รุนแรง เราจะเปิดตั้งแต่เช้าและปิดก่อนค่ำ ขณะที่ร้านอื่นๆส่วนใหญ่จะไม่เปิดขาย เพราะเหตุการณ์น่ากลัวมาก
“
หลายคนแอบมาส่องดูมารอให้ร้านเปิดก็มี ทุกครั้งที่เราเห็นสายตาละห้อยของลูกค้า ที่บ่นแทบทุกคนว่าหาซื้อของที่ไหนก็ไม่ได้ในย่านนี้ ก็อดเห็นใจไม่ได้ เพราะถ้าเราดูแล้วพอเป็นที่พึ่งได้บ้าง เราก็อยากจะทำ ทั้งที่จริงๆ ยอดขายก็ไม่ได้เพิ่ม กลัวก็กลัว” ผู้จัดการเขตร้านเซเว่นฯ บอกจากสาเหตุที่เล่ามาทั้งหมด ทำให้ร้านเซเว่นฯสาขานี้ต้องเปิดให้บริการอยู่เรื่อยๆตลอดระยะเวลาที่มีเหตุความไม่สงบ โดยขายสินค้าเท่าที่มี หรือสั่งมาและรถสามารถเข้ามาส่งได้ในสาขาเท่านั้น
ขณะที่พนักงานส่วนใหญ่ที่มาเปิดร้าน จะพักอยู่ใกล้ๆแถวนี้ จะใกล้ค่ำจึงกลับ
ด้าน
“เจ้น้อย” ชาวไทยเชื้อสายจีน เจ้าของร้านขายของชำที่ตั้งอยู่อาคารพาณิชย์ตึกที่ 3 หรือ 4 ริมถนนศาลาแดง เล่าสาเหตุที่เปิดขายทั้งที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยเอามากๆ ว่า เปิดมา 60 กว่าปีแล้วตั้งแต่รุ่นพ่อ พอลูกค้าเขามาเคาะประตูซื้อ ก็ต้องแย้มประตูขายให้ เพราะสงสารเขาคงหาซื้อของยาก จะเดินทางไปข้างนอกก็ไม่สะดวกเหมือนปกติ เพราะด่านเต็มไปหมด รถเมล์ แท็กซี่ ก็ไม่วิ่ง เลยตัดสินใจช่วยๆ กันไป เปิดขายเท่าที่ทำได้แม้จะมีลูกค้าพนักงานออฟฟิสหายไป แต่เราก็ได้ลูกค้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ นักข่าวมาอุดหนุนแทน
“
ไม่ใช่ว่ากล้าหาญอะไรหรอก สงสารคนเขาไม่มีที่ซื้อของ เพราะส่วนใหญ่ของที่ขายดีก็มีแค่ น้ำ มาม่า ปลากระป๋อง นม และของใช้จิปาถะ ส่วนทหารมักจะมาซื้อบุหรี่มากกว่า ในยามนี้ใครๆ ก็กลัวอันตรายกลัวลูกหลง แต่ถ้าเราคิดในทางที่ดี ไม่คิดร้ายกับใคร ไม่ว่าคนชุมนุมหรือทหารเราก็สบายใจ” เจ้น้อย เล่าเจ้าของร้านยืนยันว่า ไม่เคยฉวยโอกาสขึ้นราคา เพราะการได้เงินมาเพิ่มครั้งละ 12 บาท ไม่คุ้มเสียชื่อเสียงที่ทำการค้ามานาน
ที่สุดถ้าคนไทยเรามีน้ำใจให้กัน เช่นที่ร้านค้า 2 แห่งนี้ทำ ประเทศไทยเราจะน่าอยู่ขึ้นมาก!!!
ไม่จำเป็นต้องทำอะไรที่มันยิ่งใหญ่มาก แค่ทำสิ่งเล็กในทุกๆวันให้ดี บ้านเมืองเราก็คงจะน่าอยู่มากขึ้น







