posttoday
เฮย์กรุ๊ปชี้สายการบินแข่งขันด้วยระบบบริหารคน

เฮย์กรุ๊ปชี้สายการบินแข่งขันด้วยระบบบริหารคน

20 มิถุนายน 2557

การที่บริษัทใดจะโตได้ระยะยาว อาศัยแผนการตลาดที่ดี เทคโนโลยีที่ดีอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่ดีประกอบ ธุรกิจหนึ่งที่เป็นกรณีศึกษาได้ดี คือ สายการบิน

การที่บริษัทใดจะโตได้ระยะยาว อาศัยแผนการตลาดที่ดี เทคโนโลยีที่ดีอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่ดีประกอบ ธุรกิจหนึ่งที่เป็นกรณีศึกษาได้ดี คือ สายการบิน

อริยะ ฝึกฝน ที่ปรึกษาบริหาร บริษัท เฮย์กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการองค์กร เปิดเผยว่า ธุรกิจสายการบินนำมาเปรียบเทียบความแตกต่างในการบริหารทรัพยากรบุคคลได้ชัดเจน เพราะมีปัจจัยแวดล้อมคล้ายคลึงกัน เครื่องบินที่ใช้ มาจากบริษัทหลักๆ แค่ 2 ราย คือ โบอิ้ง และแอร์บัส อยู่ภายใต้กฎการบินสากลเหมือนกัน มาตรฐานต่างๆ คล้ายคลึงกัน ท่ามกลางการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรง การบริหารทรัพยากรบุคคลจึงเป็นด้านสำคัญที่ทำให้สายการบินมีความสามารถแข่งขันเหนือคู่แข่ง

จากข้อมูลขององค์กรการบินระหว่างประเทศ (ไออาต้า) พบว่า สายการบินที่มีประสิทธิภาพ คือ สายการบินที่ปรับปรุงประสิทธิผลต้นทุนหลัก 3 ส่วน ได้แก่ เชื้อเพลิง เครื่องบิน และทรัพยากรบุคคล 40 กว่าปีที่ผ่านมา มีข้อจำกัดเชิงวิศวกรรม จึงปรับปรุงประสิทธิภาพเชื้อเพลิงและเครื่องบินได้น้อยกว่า ขณะที่การบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีประสิทธิภาพจะสร้างความแตกต่างระหว่างสายการบินได้แท้จริง

ทั้งนี้ สะท้อนได้จากปี 2543-2552 ผลประกอบการที่วัดโดยอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีของอุตสาหกรรมการบินเฉลี่ยไม่ถึง 1% แต่หลายสายการบินสร้างผลกำไรได้มากกว่าชัดเจน ทำกำไรเฉลี่ยช่วงดังกล่าวได้มากกว่า 8% และสองสายการบินที่ทำได้เช่นนั้น คือ เซาท์เวส แอร์ไลน์ และสิงคโปร์ แอร์ไลน์ ก็ติดอันดับ 1 ใน 20 บริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดในโลก ที่บริษัท เฮย์กรุ๊ป ได้ร่วมกับนิตยสารฟอร์จูน จัดทำผลสำรวจ

สำหรับบริษัทที่ติดอันดับนี้ได้ ต้องบริหารจัดการดี 9 ด้าน คือ ความสามารถดึงดูดและรักษาผู้มีศักยภาพ คุณภาพการบริหารจัดการ ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม มีนวัตกรรม คุณภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการ การใช้สินทรัพย์ของบริษัทอย่างชาญฉลาด สถานะทางการเงินเหมาะสม มูลค่าการลงทุนระยะยาว และประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจระดับโลก จนได้รับการชื่นชมาจากพนักงาน ผู้คนในบริษัทอื่นทั่วโลก และการบริหารที่ดีทำให้บริษัทมีผลประกอบการดีตาม

อริยะ กล่าวว่า เดิมธุรกิจการบินเคยจำกัดการบินทับเส้นทางบินเดียวกัน จำกัดการผ่านน่านฟ้า เพื่อปกป้องธุรกิจสายการบินแห่งชาติที่มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่ต่อมาข้อตกลงนโยบายเปิดเสรีทางการบินขยายตัว ให้ธุรกิจการบินคล่องตัว ปลอดภัย และเอื้ออำนวยต่อผู้บริโภคมากขึ้น ทำให้การแข่งขันสายการบินรุนแรงขึ้น และทำให้เกิดการแบ่งระดับบริการสร้างทางเลือกที่ชัดเจนให้ผู้บริโภค เกิดสายการบินต้นทุนต่ำ สายการบินกึ่งพรีเมียม จากเดิมมีเพียงสายการบินให้บริการเต็มรูปแบบ ไม่เพียงเท่านี้ ยังทำให้ราคาตั๋วเครื่องบิน 30 ปีที่ผ่านมาลดลงกว่า 50% เมื่อเทียบค่าเงินตามอัตราเงินเฟ้อ

จากการวิเคราะห์ของเฮย์กรุ๊ป พบว่า ต้นทุนรวมต่อหน่วยที่นั่งกิโลเมตรของสายการบินในประเทศและภูมิภาคต่างกันเกือบ 3 เท่า เช่น ไทยแอร์เอเชีย 1.41 บาท นกแอร์ 2.65 บาท บางกอกแอร์เวย์ 4.35 บาท และการบินไทย 2.47 บาท

เมื่อศึกษากรณีไทยแอร์เอเชีย พบว่า บริหารต้นทุน 4 ด้านเข้มงวด คือ 1.ทรัพยากรบุคคล 2.เครื่องบินและน้ำมัน 3.ระบบงานพื้นฐาน และ 4.ผลิตภัณฑ์ การจัดจำหน่าย ค่าโสหุ้ย (ต้นทุนส่วนประกอบการผลิต) ทำให้ต้นทุนรวมต่อหน่วยที่นั่งกิโลเมตรต่ำสุดในภูมิภาคเอเชีย

กลยุทธ์ลดต้นทุนต่อหน่วยของสายการบินต้นทุนต่ำมี 2 ด้าน คือ บริหารลดต้นทุนสินทรัพย์ โดยลดค่าใช้จ่ายจัดหาเครื่องบิน ลดต้นทุนซ่อมบำรุง อีกด้านคือ บริหารต้นทุนการดำเนินงาน ทั้งต้นทุนการจัดจำหน่าย น้ำมัน ค่าใช้จ่ายลูกเรือ การบริการภาคพื้น และค่าใช้จ่ายด้านอาหารและเครื่องดื่มบริการบนเครื่อง

“การบริหารต้นทุนสินทรัพย์ที่สายการบินต้นทุนต่ำใช้มีหลักการง่ายๆ คือ ซื้อให้ถูก ใช้ให้คุ้ม และซ่อมให้ประหยัด อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ ซื้อเครื่องเองโดยตรง ซื้อจำนวนมาก สั่งล่วงหน้านานๆ” อริยะ กล่าว

สายการบินที่ต้องการเครื่องบินเร็วต้องซื้อราคาสูงกว่ากรณีสั่งซื้อล่วงหน้านานๆ เพราะอาจต้องใช้วิธีซื้อผ่านคนอื่น แต่สายการบินต้นทุนต่ำสั่งซื้อล่วงหน้านานๆ โดยจ่ายมัดจำไปก่อน ใช้วิธีเอาเงินล่วงหน้าจากผู้โดยสารที่ได้จากการทำโปรโมชั่นให้เข้ามาจองตั๋วก่อนล่วงหน้าเป็นปีไปหมุน เท่ากับเครื่องที่สั่งซื้อทำเงินตั้งแต่ยังประกอบไม่เสร็จ และดักความต้องการล่วงหน้าของลูกค้า ปิดทางคู่แข่งอื่น สร้างจุดเด่นทางการตลาดได้ด้วย ขณะที่ตัวเครื่องบินที่สั่งซื้อออกแบบห้องโดยสารเน้นเรียบง่ายที่สุด ตกแต่งน้อย มีชั้นที่นั่งแบบเดียวทั้งลำ ลดพื้นที่ส่วนไม่จำเป็น ให้มีพื้นที่ที่นั่งมากที่สุด เพื่อใช้เวลาประกอบเร็ว ซ่อมบำรุงง่าย ต่างจากสายการบินให้บริการเต็มรูปแบบที่ต้องออกแบบมีเอกลักษณ์ เบาะนุ่มสบายหรูหรา ใช้เวลาประกอบนาน ต้นทุนสูงกว่า

ไม่เพียงเท่านี้ สายการบินต้นทุนต่ำยังได้กำหนดอัตราการใช้งานให้เครื่องบินจอดนิ่งๆ บนพื้นดินสั้นที่สุด เลือกบินขึ้นหรือลงจอดสนามบินที่เล็กกว่า การจราจรทางอากาศคับคั่งน้อยกว่า ประหยัดเวลาบินและเสียค่าบริการต่ำกว่า เมื่อเครื่องจอดก็เก็บขยะได้เร็ว เพราะออกแบบเรียบง่าย บางสายการบินเก้าอี้ด้านหน้าไม่มีกระเป๋าใส่ของหรือนิตยสาร มีเพียงช่องเล็กๆ เสียบคู่มือความปลอดภัย ต่างจากสายการบินให้บริการเต็มรูปแบบต้องใช้ทีมแม่บ้านทำความสะอาด ใช้เวลาและต้นทุนสูงกว่า

ขณะที่การเลือกคนมาทำงานยังต่างกัน สายการบินให้บริการเต็มรูปแบบหาคนทำงานเน้นคนเชี่ยวชาญเชิงลึกงานตัวเอง ไม่มีคนทำงานแทนกันได้ เกิดปัญหาเมื่อเวลาประชุม หากคนหนึ่งไม่มา ก็หาข้อสรุปไม่ได้ เพราะไม่มีใครรู้รายละเอียดงานที่คนนั้นทำ ต่างจากสายการบินต้นทุนต่ำ ต้องการคนเก่งหลายด้าน องค์กรต้องกระชับ หมุนเวียนคนได้ง่าย

การบริหารจัดการที่ดีทำให้สายการบินต้นทุนต่ำแข่งขันได้ดี ได้เปรียบในธุรกิจ หากผู้ประกอบการธุรกิจอื่นนำกรณีศึกษานี้ไปปรับใช้ก็น่าจะช่วยเพิ่มความสามารถแข่งขันได้

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค