
ขวัญใจคสช.
เดือนแรกของ คสช. ยุคข้าวใหม่ปลามัน ทุกองค์กรต่างหน้าใสทั่วหน้า เพราะ คสช.กำลังอนุมัติโครงการเอาใจหลายอย่าง
เดือนแรกของ คสช. ยุคข้าวใหม่ปลามัน ทุกองค์กรต่างหน้าใสทั่วหน้า เพราะ คสช.กำลังอนุมัติโครงการเอาใจหลายอย่าง เช่น คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) 200 โครงการ และกระตุ้น ล้างท่อ งบประมาณปีนี้ที่จะ สิ้นสุดเดือน ก.ย. เพื่อให้งบประมาณอนุมัติออกสู่ภาคธุรกิจ และยังเรียกขวัญกำลังใจชาวนาจากโครงการยอดประชานิยมจำนำข้าว รวมทั้งเปิดประเด็นปรับโครงสร้าง ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเคยเป็นปากท้องของระบบรวบอำนาจการเมืองเดิม
แต่ถึงกระนั้น เศรษฐกิจก็จะไม่พลิกกลับเร็วเหมือนตลาดหุ้น แม้ คสช.จะเร่งโครงการระยะกลางที่ดีจากรัฐบาลชุดที่แล้วมาปัดฝุ่นด่วน เช่น ขนส่งมวลชน จะเอารถไฟหัวจรวดหรือไม่ ระบบน้ำ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ รวมทั้งร่วมกลั่นกรองโครงการโทรคมนาคม ซึ่งกำลังเปิดประมูลว่าโปร่งใสแค่ไหน จนถึงการปราบยาเสพติดฝ่ายบริหารจากรัฐบาลเดิม เช่น หน่วยปราบปรามยาเสพติดก็รับทำหน้าที่ให้ คสช. ได้เห็นผลงานด่วน โดยเฉพาะช่วงรอยต่อการเมือง เป็นช่องโหว่ของการค้าขายยาเสพติดมากเป็นพิเศษ
ขณะนี้ คสช.กำลังดูเศรษฐกิจเป็นการใหญ่ ซึ่งตอนแสดงเหตุผลเข้ามาปฏิวัติ คือ การเมืองเป็นปัญหาหลักและการเมืองก็ส่งผลมาสู่เศรษฐกิจ ทั้งที่เรื่องการเมืองยังไม่เห็นชัดว่าจะจัดการอย่างไรในเวลาที่น้อยมาก เพราะรู้ดีว่ารัฐบาลชุดปฏิวัติถ้าอยู่นานเกิน 1 ปี จะมีอาการออกมาแน่นอน ด้วยเหตุที่ว่า เผลออยู่ในอำนาจ อาจะอยู่นานเหมือนรัฐบาลทหารในอดีต
ถ้าเรายังจำได้ปัญหาการเมือง คือ การทะเลาะกัน 2 ฝ่าย ด้วยเรื่องปฏิรูปการเมืองรัฐธรรมนูญก่อน หรือจะเลือกตั้งก่อนแล้วค่อยปฏิรูปแล้วก็ลากการเมืองออกจากกลางถนน จนจะก่อให้เกิดสงครามการเมือง ขณะนี้ดูเหมือนว่าคนไทยจะลืมง่าย ได้ของใหม่ คือการกระตุ้นเศรษฐกิจจนลืมปัญหารากเหง้าคือการเมือง และนักการเมืองที่ทุกคนบ่นว่าไม่มีคุณภาพ เห็นประโยชน์แก่ตัวและพวกพ้องดังนั้น ปัญหาการเมืองน่าจะจัดการแก้เร่งด่วนมากกว่า เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจเราพอใช้ได้ ยืนยันโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าระบบการเงินและธนาคารของไทยค่อนข้างเข้มแข็ง ไม่มีปัญหาเหมือนคราวต้มยำกุ้ง ดอกเบี้ยนโยบาย ก็ยังคงไว้เหมือนเดิม แสดงว่า เรื่องเศรษฐกิจเป็นเพียงต้องสร้างความมั่นใจและเชื่อมั่นในระยะเร่งด่วน น่าจะเพียงพอ
ด้านการเมืองน่าจะรีบ ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปรัฐธรรมนูญด่วน อาจใช้ สว. ที่เลือกตั้งมาแล้วจากประชาชนทั้งประเทศเป็นฐาน และเพิ่มตั้งคณะที่ปรึกษาอีกส่วน เช่น องค์กรกลางต่างๆ และฝ่ายวิชาการและนักกฎหมาย กำหนด 6 เดือน ให้ปรับปรุงจากเดิม และกำหนดการ เลือกตั้งให้ได้ภายใน 1 ปี รับรองว่า คสช.ได้เป็นขวัญใจด้านการเมืองแน่ เอาตัวแทนทุกพรรคใหญ่ กลาง เล็ก เข้ามาร่วมด้วย คสช. จะกลับเป็นฮีโร่ได้ใน 1 ปี แต่ถ้าช้า เอ้อระเหยแก้เศรษฐกิจก่อน ถูกครหาแน่ๆ ว่าหลงอำนาจ
ด้านเศรษฐกิจก็น่าจะเป็นเพียงรีบเร่งโครงการสำคัญให้เสร็จในระยะสั้น เช่น 200 โครงการของบีโอไอ กว่าจะเริ่มผลิต กว่าจะเห็นผลก็อีก 2 ปี น่าจะสร้างเพื่อเรียกร้องความเชื่อมั่นการลงทุนมากกว่าจะหวังผลผลิตระยะสั้น ซึ่งเรื่องเร่งด่วนมากกว่าคือ หันมาดูการบริโภคและกำลังซื้อของคนชั้นกลางและคนชั้นล่างของประเทศ ที่ขณะนี้หนี้ พอกตัวจนจะสำลักแล้ว หันมาดูระบบภาษีของคนชั้นกลาง ล่าง และบริษัท เอสเอ็มอีให้อยู่รอดจากดอกเบี้ยและหนี้เสีย เช่น ยืดเวลาการเสียภาษี 1 ปี ทั้งภาษีส่วนบุคคลและภาษีเอสเอ็มอี อย่าเก็บภาษีปลายปีมากองไว้ที่คลัง และไม่สามารถจะนำมาใช้พัฒนาได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะรัฐบาลเลือกตั้งยังไม่สำเร็จ เป็นการเก็บมาฝังตุ่ม แทนที่จะปล่อยให้เป็นกระแสเลือดหมุนเวียนในระบบไปก่อน และถ้าจะให้ดีกว่านั้นก็คือ ยกเว้นภาษีรายได้ส่วนบุคคลเพิ่มจาก 1.5 หมื่น บาท/ครอบครัว เป็น 2.5 หมื่นบาท/ครอบครัว และภาษีรายได้เอสเอ็มอีที่มีรายได้ต่ำกว่า 10 ล้านบาท/ปี ขอยกเว้นเพียงปีเดียว รับรองว่าได้ผลทันตาเห็น ได้ใจประชาชน เสริมความเชื่อมั่นแน่
ท้ายสุด ด้านอสังหาริมทรัพย์ของพวกเรา ก็อย่า ขออะไรที่เป็นประชานิยมเกินหน้า เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมและชาติให้มากกว่าช่องทาง ทำกำไรใส่ตัว ปล่อยให้สภาวะตลาดทำหน้าที่ของมันไป อย่าเพิ่งขอยาโด๊ปในขณะนี้เลย ขอให้ทุกคนโชคดี ประเทศโชคดีครับ







