posttoday
กรุงศรีฯปรับสาขารับลูกค้าญี่ปุ่นเพิ่มมีธุรกรรม2ภาษา

กรุงศรีฯปรับสาขารับลูกค้าญี่ปุ่นเพิ่มมีธุรกรรม2ภาษา

20 มิถุนายน 2557

กรุงศรีฯโฉมใหม่ จัดพนักงานพูดภาษาญี่ปุ่นได้ลงประจำสาขา รองรับลูกค้าญี่ปุ่นที่จะเพิ่มขึ้น

กรุงศรีฯโฉมใหม่ จัดพนักงานพูดภาษาญี่ปุ่นได้ลงประจำสาขา รองรับลูกค้าญี่ปุ่นที่จะเพิ่มขึ้น

นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านเครือข่ายการขาย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมมุ่งขยายการให้บริการไปยังกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่น โดยใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (เอ็มยูเอฟจี) พร้อมเพิ่มพนักงานสาขาที่สามารถใช้ภาษาญี่ปุ่น และเพิ่มหมวดภาษาญี่ปุ่นสำหรับเครื่องเอทีเอ็มของกรุงศรีฯ

นอกจากนี้ ธนาคารยังเตรียมเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก และขยายพื้นที่สาขาเดิมในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมที่มีชาวญี่ปุ่นทำงาน เพื่อรองรับลูกค้าที่เพิ่มขึ้น

นายพงษ์อนันต์ กล่าวว่า ลูกค้าชาวญี่ปุ่นนับเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่และกลุ่มใหม่ของธนาคาร หลังจากที่กรุงศรีฯ ได้เป็นบริษัทในเครือของเอ็มยูเอฟจี ซึ่งธนาคารได้เพิ่มให้บริการลูกค้าชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่าของมิตซูบิชิที่เพิ่มเข้ามาเมื่อรวมกิจการกันแล้ว

“พนักงานจะพูดภาษาญี่ปุ่นได้ มีความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน และผ่านการอบรมประจำอยู่ ณ สาขาในย่านที่อยู่อาศัยของชาวญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงเริ่มต้นได้เปิดให้บริการที่สาขาสยามพารากอน โดยมีแผนที่จะขยายการให้บริการในสาขาอื่นๆ ในอนาคต” นายพงษ์อนันต์ กล่าว

สำหรับในปีนี้กรุงศรีฯ จะเปิดสาขาใหม่เพิ่มในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมที่มีชาวญี่ปุ่นทำงาน เช่น จ.ชลบุรี และฉะเชิงเทรา หลังจากที่เปิดเพิ่มไปแล้วที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมปรับปรุงขยายพื้นที่ของสาขาที่มีอยู่เดิมในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ให้กว้างขึ้นอีก 8 สาขา เพื่อรองรับพนักงานชาวญี่ปุ่นที่ทำงานอยู่ในนิคมเหล่านั้น

นอกจากนี้ ยังเตรียมเพิ่มการใช้งานภาษาญี่ปุ่นในเครื่องเอทีเอ็มอีก 2,800 เครื่อง ภายในสิ้นปี 2557 เพื่อให้ครบเป้าหมาย 5,000 เครื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านเศรษฐกิจสำคัญ รวมถึงย่านพักอาศัยของคนญี่ปุ่น เช่น สุขุมวิท เอกมัย สาทร สีลม และในนิคมอุตสาหกรรมต่างจังหวัด

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายโนริอากิ โกโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เดิมที เอ็มยูเอฟจี ประเทศไทย มีฐานลูกค้าญี่ปุ่นในไทยราว 7080% อยู่แล้ว เมื่อควบรวมกิจการจะทำให้พอร์ตลูกค้าของกรุงศรีฯ เปลี่ยนไป จากสัดส่วนรายย่อยต่อรายใหญ่และรายกลางที่ 50:50% ไปเป็น 40:60% ซึ่งลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่จะมีความต้านทานต่อภาวะเศรษฐกิจผันผวนได้มากกว่า แต่อาจส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงเล็กน้อย

ทั้งนี้ จากข้อมูลของหอการค้าญี่ปุ่น (ไจกา) พบว่ามีบริษัทจากญี่ปุ่นเข้ามาจัดตั้งและดำเนินธุรกิจในไทยกว่า 7,000 บริษัท โดยมียอดรวมมูลค่าเงินลงทุนที่ยื่นขอโครงการจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สูงถึงกว่า 7 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี ในอนาคตธุรกิจเอสเอ็มอีของญี่ปุ่น เริ่มย้ายฐานการผลิตออกมานอกประเทศ ซึ่งไทยเป็นเป้าหมายอันดับแรกๆที่เอสเอ็มอีผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์จะเข้ามาลงทุน

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก