
การตลาดแบบซุนวู (ตอนจบ)
สมรภูมิรบและเกมบุกในตลาดอาเซียนหลังความสงบสุขกลับคืนสู่แผ่นดินไทย นักธุรกิจพร้อมแล้วในการปรับใช้กลยุทธ์อันหลากหลายในสมรภูมิอาเซียน ซึ่งในตอนสุดท้ายนี้ประกอบด้วย 4 บทรวมกัน บทที่ 10 และ 11 ซุนวูว่าด้วยสมรภูมิและพื้นที่ 9 ลักษณะ ดังนี้
สมรภูมิรบและเกมบุกในตลาดอาเซียนหลังความสงบสุขกลับคืนสู่แผ่นดินไทย นักธุรกิจพร้อมแล้วในการปรับใช้กลยุทธ์อันหลากหลายในสมรภูมิอาเซียน ซึ่งในตอนสุดท้ายนี้ประกอบด้วย 4 บทรวมกัน บทที่ 10 และ 11 ซุนวูว่าด้วยสมรภูมิและพื้นที่ 9 ลักษณะ ดังนี้
สนามรบที่ต่อสู้ในประเทศตนเอง หมายถึง พื้นที่แตก สนามรบที่อยู่ในดินแดนข้าศึกแต่ไม่ไกลจากพรมแดนคือ พื้นที่เบา พื้นที่ที่เรายึดครองได้คือพื้นที่ได้เปรียบ พื้นที่ไปมาหาสู่กันได้คือพื้นที่สัญจร พื้นที่ที่เราเข้าไปรวบรวมจิตใจประชาชนในพื้นที่ได้ก่อนใครคือพื้นที่ติดต่อ พื้นที่ลึกในดินแดนข้าศึกเป็พื้นที่สำคัญ พื้นที่ที่ต้นไม้รกทึบ มีหนองบึงเคลื่อนไหวยากคือ พื้นที่ลำบาก พื้นที่แคบถอยออกยากข้าศึกใช้กำลังเพียงเล็กน้อยก็โจมตีเราได้คือพื้นที่ถูกล้อม และพื้นที่สังหาร
เปรียบกับธุรกิจวันนี้ คือ การที่ในภูมิภาคเป็นเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV เป็นพื้นที่เบาที่ไทยได้เปรียบ การติดต่อและสัญจรไปมา เด็กๆ ในเวียดนาม ตื่นตัวมากโดยเฉพาะภาษาอังกฤษและไอที ไทยมีโอกาส ในการขยายธุรกิจ แต่จะต้องหาตัวแทนจำหน่ายที่เก่งและมีเครือข่าย ควรศึกษาข้อกำหนดกฎหมายในเวียดนามให้ดี และศึกษาความชอบสินค้าเพื่อสร้างความแตกต่างโดยไม่เปลี่ยนเเปลงพฤติกรรมการใช้สินค้าของคนเวียดนาม
พม่าเป็นพื้นที่ติดต่อที่สามารถใช้ความได้เปรียบในการค้า ชายแดนที่มีภูมิประเทศติดต่อกัน ด้วยการขนส่งที่ต้นทุนต่ำเป็นกลยุทธ์สำคัญ สินค้าที่เหมาะสมคืออุปโภคบริโภคและเครื่องใช้ไฟฟ้า อีกทั้งไทยยังคงรักษา ส่วนแบ่งตลาดกับลาวได้ถึง 60% เพราะเศรษฐกิจ ภาษา วัฒนธรรม และสังคมที่คล้ายคลึง ลาวเป็นพื้นที่สัญจรที่มีโอกาสน่าลงทุนมาก เพราะเป็นแหล่งทรัพยากรพลังงานธรรมชาติที่สมบูรณ์ ซึ่งอนาคตปี 2560 สปป.ลาวจะเป็น เเหล่งลิกไนต์ที่ผลิตกระเเสไฟฟ้าช่วยให้มีกำลังการผลิตมากขึ้น
บทที่ 12 ซุนวูกล่าวถึงการโจมตีด้วยไฟ มี 5 ลักษณะ คือ เผาทำลายคน เผาทำลายเสบียง เผาทำลายยุทธสัมภาระ เผาทำลายคลังแสงสรรพาวุธ และเผาทำลายเส้นทางลำเลียงเสบียง ซึ่งการใช้ไฟต้องดูฟ้าดูลม ลมที่พัดเข้าสู่ข้าศึกจะมีพละกำลังทำให้ไฟโหมกระหน่ำเป็นทวีคูณ
ดังเช่นสมรภูมิยุทธนาวีผาแดงที่กองกำลังของจิวยี่รบชนะทัพโจโฉด้วยไฟกับลมอาคเนย์ ซึ่งหากพละกำลังแข็งแกร่งเพียงพอประกอบกับลมฟ้าเป็นใจรบอย่างไรก็ชนะ แต่วันนี้ประเทศไทยบอบช้ำจากการขัดแย้งกันเองภายใน การทำธุรกิจใน AEC ไม่ควรดำเนิน ธุรกิจด้วยต้นทุนที่มีอยู่ เพราะ คู่แข่งมีทุกอย่างพร้อมกว่า ทั้งต้นทุนผลิตที่แสนต่ำของจีน ค่าแรงงานต่ำจากกัมพูชาหรือพม่า ทรัพยากรธรรมชาติมากมายจากอินโดนีเซีย ต้นทุนพลังงานแสนต่ำในลาว
การดำเนินธุรกิจใน AEC จึงควรพิจารณาในบทสุดท้ายของซุนวู ซึ่งกล่าวถึงการใช้จารชน สืบราชการลับเพื่อ “รู้เขา” โดย ใช้สายลับเข้าไปในพื้นที่สมรภูมิข้าศึก เหมาะกับธุรกิจมีกำลังน้อย ไพร่พล เสบียงร่อยหรอ เฉกเช่นในศึกยุทธนาวีที่ผาแดง จิวยี่ขุนพลของซุนกวนรบชนะโจโฉได้ด้วยประการหนึ่ง คือ ซุนซ่างเสียงน้องสาวของซุนกวนได้ปลอมตัวเข้าไปสืบดูภูมิประเทศภายในกองทัพของโจโฉ ซึ่งมีไพร่พลจำนวนมาก เมื่อจิวยี่กับจูกัดเหลียง (ขงเบ้ง) ทราบข้อมูลจากนกพิราบ ก็จัดทัพเข้าตีด้วยพละกำลังพลที่น้อยกว่าแต่กลับรบชนะด้วยการใช้ “จารชนสายลับ”
ยามที่ประเทศไทยอยู่ในสภาพตรากตรำจากศึกภายใน เมื่อทหารเข้ามารักษาความสงบและคืนความสุขให้ประชาชนแล้ว ผู้ประกอบการต่างเดินหน้าเข้าสู่ AEC นับเป็นช่วงเวลาปรับตัวรับสถานการณ์ได้ทันอยู่แต่เราต้องใช้ “จารชน” ทางธุรกิจเรียกว่า “Marketing Intelligence” ทำได้ง่ายในยุคไอที ด้วยการสืบค้นหาข้อมูลจากทั้ง Search Engine ในระบบอินเทอร์เน็ตหรือเข้าไปศึกษาในประเทศเพื่อนบ้านว่าควรจะตั้งรับ ใช้เชิงรุกหรือชวนมาเป็นพันธมิตรในการค้าขายอย่างไร
เมื่อได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แล้ว ก็อาศัยความได้เปรียบ ในองค์ความรู้ที่มีมากกว่าสร้างนวัตกรรมสินค้าและบริการ นวัตกรรมการตลาดและใช้เครือข่ายพันธมิตร ถึงแม้จะช้าแต่ขอเพียงบ้านเมืองสงบสุขไทยจะฟื้นตัวเติบโตอย่างรวดเร็ว และพร้อมแซงหน้าใน AEC ที่สมรภูมิการค้าที่ได้เปรียบที่สุดสมชื่อดินแดน “สุวรรณภูมิ”







