posttoday
ปัจจัยการผลิตที่ชื่อ ‘คน’

ปัจจัยการผลิตที่ชื่อ ‘คน’

18 มิถุนายน 2557

คน คือ ปัจจัยการผลิตชนิดเดียวที่ไม่เหมือนปัจจัยการผลิตชนิดอื่นๆ เช่น เครื่องจักร เราสามารถทำให้เครื่องจักรทำงานให้เราได้เต็มที่ตามที่กำลังการผลิตของเครื่องจักรนั้นมี กล่าวคือ ถ้าเราป้อนวัตถุดิบทุกอย่างที่เครื่องจักรนั้นต้องการได้ตรงตามคู่มือการใช้งานของเครื่องจักร เราก็จะได้ผลลัพธ์ออกมาตามที่เราคาดหวังได้ ความผิดพลาดไม่ค่อยมี หรือมีก็น้อยมากๆ เพราะทุกอย่างมันตรงไปตรงมาตามสูตรที่เครื่องจักรนั้นกำหนดไว้

คน คือ ปัจจัยการผลิตชนิดเดียวที่ไม่เหมือนปัจจัยการผลิตชนิดอื่นๆ เช่น เครื่องจักร เราสามารถทำให้เครื่องจักรทำงานให้เราได้เต็มที่ตามที่กำลังการผลิตของเครื่องจักรนั้นมี กล่าวคือ ถ้าเราป้อนวัตถุดิบทุกอย่างที่เครื่องจักรนั้นต้องการได้ตรงตามคู่มือการใช้งานของเครื่องจักร เราก็จะได้ผลลัพธ์ออกมาตามที่เราคาดหวังได้ ความผิดพลาดไม่ค่อยมี หรือมีก็น้อยมากๆ เพราะทุกอย่างมันตรงไปตรงมาตามสูตรที่เครื่องจักรนั้นกำหนดไว้

แต่คนไม่ใช่ เราไม่สามารถทำให้คนปฏิบัติงานได้อย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยวิธีการเดียวกันกับเครื่องจักร เพราะคนมีความคิดมีจิตใจเป็นของตัวเอง ซึ่งคนอื่นไม่สามารถควบคุมได้อย่างแท้จริง การที่เราบังคับให้คนทำงานโดยไม่เต็มใจ แม้ว่าจะได้ผลงานออกมา แต่ผลิตภาพของการทำงานก็จะต่ำ คนจึงเป็นปัจจัยการผลิตที่ต้องอาศัยศิลปะในการบริหาร จะใช้วิทยาศาสตร์ตรงไปตรงมาอย่างเดียวเหมือนเครื่องจักรไม่ได้

ข้อดีของคนอย่างหนึ่งที่เหนือกว่าเครื่องจักรและปัจจัยการผลิตอื่น คือ คนเป็นปัจจัยการผลิตเดียวที่สามารถสร้างผลผลิตออกมาได้มากกว่าวัตถุดิบที่เราใส่เข้าไป เพียงแต่เราต้องพยายามสร้างแรงจูงใจให้คนรู้สึกว่าอยากทำงานนั้นให้เต็มกำลังความสามารถของตน ผู้นำที่ดีต้องเป็นนักจัดการเรื่องคนที่ดีด้วย ต้องสามารถสร้างแรงจูงใจให้คนทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายตามที่องค์กรกำหนด โดยอาจใช้วิธีให้รางวัลและลงโทษอย่างเหมาะสม สามารถทำให้งานเดินไปได้ด้วยการส่งสัญญาณให้ทีมงานรู้ไม่ว่าทั้งทางตรงและทางอ้อม การเป็นนักจัดการที่ดีต้องเกิดจากการฝึกฝน ผู้นำทุกคนสามารถฝึกฝนตัวเองให้กลายเป็นผู้นำแบบนักจัดการที่ดีได้

การที่จะเป็นนักจัดการที่ดีได้ต้องจัดการกับคนซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่เราไม่สามารถควบคุมได้อย่างแท้จริงเหมือนเครื่องจักร เราจึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับวิธีการให้คุณให้โทษแก่พนักงานให้มากขึ้น วิธีการให้คุณให้โทษแก่พนักงานจะมีผลต่อพฤติกรรมของพนักงานในองค์กรอย่างมาก เช่น ถ้าหัวหน้างานชอบลงโทษพนักงานที่กล้าคิดกล้าทำสิ่งใหม่แล้วเกิดผิดพลาดขึ้นมา ไม่ช้าไม่นานพนักงานทุกคนในองค์กรจะกลายเป็นคนเงียบ ป้องกันตัวเอง ไม่เสนอความคิดเห็น ประเภทปลอดภัยไว้ก่อน เพราะคิดแล้วว่าได้ไม่คุ้มเสีย คนที่กล้าคิดกล้าทำก็จะค่อยๆ ทยอยหายไปจากองค์กร จนในที่สุดก็จะเหลือแต่คนที่ทำงานตามคำสั่งอย่างเดียวและก็กลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กรไปในที่สุด

บางองค์กรให้รางวัลพนักงานโดยใช้เหตุผลที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลงานของพนักงาน เช่น ขึ้นเงินเดือนตามอายุงาน หรือมีการเลือกที่รักมักที่ชัง พนักงานในองค์กรก็ย่อมไม่เกิดแรงจูงใจที่จะทำงานให้เต็มศักยภาพ เพราะเข้าใจว่าทำเต็มที่ไปก็ไม่เกี่ยวกับความก้าวหน้าในการทำงาน

ต้องเข้าใจก่อนว่าการบริหารหรือจัดการคนนั้น คำว่ายุติธรรมไม่ได้หมายถึงการปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนเท่ากันหมด ความยุติธรรมหมายถึงการปฏิบัติต่อพนักงานตามความดีความชอบของพนักงานแต่ละคน คนที่มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ควรได้รับการตอบแทนจากองค์กรมากกว่าคนที่มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ อย่าพยายามทำตัวเป็นหัวหน้าที่ดีด้วยการปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนเท่ากันหมด การเป็นหัวหน้าทีมไม่ใช่การทดสอบความยอดนิยม เป็นธรรมดามากๆ ที่หัวหน้าทีมที่ถูกต้องจะมีลูกทีมบางคนที่ไม่พอใจ

หัวหน้าทีมที่ดีจะบริหารคนแบบดูแลเฉพาะข้อด้อย (Management by exception) เมื่อมอบหมายงานที่มีเป้าหมายชัดเจนให้แก่ทีมงานไปแล้ว ถ้าทีมงานคนไหนสามารถบริหารจัดการให้ทุกอย่างเป็นไปได้ตามเป้าหมายที่กำหนด หัวหน้าทีมจะต้องไม่เข้าไปล้วงลูกใดๆ ทีมงานคนนั้นโดยเด็ดขาด หัวหน้าทีมจะเข้าไปดูแลเฉพาะทีมงานที่ไม่สามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมายพอ วิธีแบบนี้จะทำให้หัวหน้าทีมหนึ่งคนสามารถดูแลทีมงานได้มากขึ้น บางครั้งการที่ผู้บริหารระดับสูงเข้าไปล้วงลูกผู้จัดการระดับปฏิบัติการมากไป จะก่อให้เกิดความสับสนแก่ทีมงานระดับล่างที่ต้องคอยฟังคำสั่งของคนที่เป็นหัวหน้าทีมมากกว่าหนึ่งคนในเวลาเดียวกัน

องค์กรขนาดใหญ่จะได้เปรียบองค์กรขนาดเล็กในเรื่องการบริหารคน เพราะจะมีภูมิต้านทานพนักงานที่ด้อยคุณภาพมากกว่า ถ้าพนักงานส่วนหนึ่งที่รับเข้าทำงานเกิดไม่มีประสิทธิภาพ องค์กรขนาดใหญ่ยังคงอยู่ต่อไปได้ เพราะยังมีระบบต่างๆ เป็นตัวช่วย แต่สำหรับองค์กรขนาดเล็กๆ คุณภาพของพนักงานคนหนึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของบริษัทได้เลย มีหลายธุรกิจ หลายผู้ประกอบการเล็กๆ ที่เกิดใหม่และอยู่ต่อไม่ได้เพราะเสียพนักงานที่เป็นกำลังสำคัญของบริษัทไป ดังนั้น คนหรือพนักงานจึงเป็นปัจจัยการผลิตที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จของบริษัทขนาดเล็กมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่

บริษัทขนาดเล็กมักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องคน ซึ่งเหตุผลหลักๆ ก็คือไม่มีเวลา การรับพนักงานใหม่ ถ้าได้คนดีก็โชคดีไป ถ้าได้คนไม่ดีก็มานั่งลุ้นต่อไปว่าใครจะอดทนกว่ากัน การคิดเรื่องการให้รางวัลหรือการกำหนดโทษแก่พนักงาน ก็ไม่ค่อยได้ศึกษากันจริงๆ จังๆ ในรายละเอียดว่า ในระยะยาวจะส่งผลอย่างไรต่อพฤติกรรมของพนักงานในองค์กร ซึ่งท้ายที่สุดก็จะกลายไปเป็นวัฒนธรรมขององค์กร

สมัยก่อนแต่ละองค์กรพยายามจะทำให้พนักงานอยู่กับองค์กรให้นานที่สุด ก็ยังถูกต้องอยู่เพราะองค์ความรู้และประสบการณ์ที่สะสมมากับพนักงานท่านนั้นจะได้ไม่ต้องหายไป แต่สมัยนี้ต้องคิดเพิ่มขึ้นอีกว่า การที่พนักงานอยู่กับองค์กรเป็นเวลานานๆ ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีเสมอไป เพราะพนักงานที่ไม่เคยเปลี่ยนงานเลยใช่ว่าจะเป็นคนที่มีความจงรักภักดีสูง แต่อาจเป็นคนที่ไม่ชอบเปลี่ยนแปลง ใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ไปวันๆ ส่วนคนที่ความสามารถสูงๆ บางครั้งต่อให้ปฏิบัติกับเขาดีขนาดไหน เขาก็ยังอยากไปหาที่ท้าทายกว่าเดิม ดังนั้นเป้าหมายองค์กรน่าจะเปลี่ยนมาเป็นทำอย่างไรให้พนักงานแสดงศักยภาพออกมามากที่สุด ตลอดระยะเวลาที่ยังอยู่ในองค์กร

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค