
4 ขั้นเสริมแกร่งธุรกิจ
การเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทั้งหลายต่างก็มุ่งหวังให้เกิดขึ้นในกิจการของตนเอง ทว่าผู้ประกอบส่วนใหญ่มักประสบปัญหาภาวะชะงักงัน ไม่สามารถผลักดันกิจการในมือให้เดินหน้าไปอย่างรวดเร็วเช่นเดิมเมื่อธุรกิจดำเนินมาได้ระยะหนึ่ง มิหนำซ้ำเจ้าของกิจการบางรายยังต้องเผชิญกับความถดถอยในการดำเนินงานอีกด้วย จนเกิดความกังวลว่ากิจการที่ปลุกปั้นมาอาจจะไม่เติบโตอย่างมั่นคงแข็งแรงสืบต่อไปในอนาคต
การเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทั้งหลายต่างก็มุ่งหวังให้เกิดขึ้นในกิจการของตนเอง ทว่าผู้ประกอบส่วนใหญ่มักประสบปัญหาภาวะชะงักงัน ไม่สามารถผลักดันกิจการในมือให้เดินหน้าไปอย่างรวดเร็วเช่นเดิมเมื่อธุรกิจดำเนินมาได้ระยะหนึ่ง มิหนำซ้ำเจ้าของกิจการบางรายยังต้องเผชิญกับความถดถอยในการดำเนินงานอีกด้วย จนเกิดความกังวลว่ากิจการที่ปลุกปั้นมาอาจจะไม่เติบโตอย่างมั่นคงแข็งแรงสืบต่อไปในอนาคต
ทั้งนี้ เซตห์ กอตอิน ผู้เขียนหนังสือขายดีด้านธุรกิจ ได้เสนอ 4 กลยุทธ์สำคัญ เพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิวัติวิถีการเติบโตของธุรกิจตนเองให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง
1.ก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่มั่นคง ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ฝันที่จะเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ในเวลาอันรวดเร็ว โดยไม่ได้หยุดคิดว่าเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร และควรจะเริ่มต้นเดินทางไปในทิศทางนั้นอย่างไร เปรียบเสมือนการเดินทางที่พยายามกระโดดขึ้นไปยังเครื่องบินที่ออกเร็วที่สุด โดยไม่คำนึงถึงจุดหมายปลายทาง สุดท้ายก็ต้องวิ่งลงจากเครื่องเดิม เพื่อขึ้นเครื่องบินลำใหม่ที่ทั้งเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นจงก้าวไปข้างหน้าทีละก้าวช้าๆ แต่มั่นใจว่ายังเดินตรงไปสู่เป้าหมายที่กำหนด
2.ความเอื้ออาทร การทำธุรกิจที่มุ่งให้ความสนใจเฉพาะกิจการงานของตนเอง โดยไม่สนใจผู้คนรอบข้าง เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กอตอิน แนะนำว่านักธุรกิจทั้งหลายควรจะอุทิศเวลาและทรัพยากรประมาณ 1 ใน 3 หรือครึ่งหนึ่งที่ตนเองมีแก่ผู้อื่นบ้าง เพราะยิ่งมอบความเอื้ออาทรให้กับผู้อื่นมากเท่าใด ก็จะยิ่งได้รับความไว้วางใจและจะช่วยสร้างเครือข่ายการเชื่อมต่อระหว่างกันให้เพิ่มมากขึ้น
3.เลียนแบบแอปเปิล รวมถึงอเมซอน การใช้สื่อรูปแบบต่างๆ ในการสื่อสารเพื่อบอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จของบริษัทเป็นไอเดียที่ดี เนื่องจากเรื่องราวดังกล่าวจะยังคงปรากฏสู่สายตาผู้สนใจอยู่เสมอ ดังนั้นผู้ประกอบการทั้งหลายจึงควรเขียนสิ่งที่มีคุณค่าที่สะท้อนให้เห็นความสนใจหรือเอกลักษณ์ของบริษัทตน ไม่ใช่เพราะสิ่งนี้เป็นสูตรสำเร็จที่สมควรดำเนินรอยตาม แต่เป็นสิ่งที่รับประกันว่าจะได้ผลในธุรกิจ
4.ความกลัวและการยอมรับ ต้องพิจารณาทุกครั้งเมื่อมีเสียงจิ้งจกทัก และรู้สึกว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่น่าวิตกกังวลหรือเกิดความกลัวขึ้นในใจ เนื่องจากการเดินตามสัญชาตญาณจะช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ต้องวิ่งไล่หรือหลบซ่อนความกลัวที่เกิดขึ้นในใจ จำไว้อย่างหนึ่งว่า ไม่มีใครวิเคราะห์ธุรกิจได้ถูกต้องแม่นยำ และไม่มีใครรู้อย่างแน่นอนว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นต่อไป ฉะนั้นควรสนใจเพียงสิ่งเดียว และหลีกเลี่ยงสิ่งรบกวนอื่นๆ







