posttoday
บลจ.เมย์แบงก์ลุยตั้งเป้า5ปี2หมื่นล.

บลจ.เมย์แบงก์ลุยตั้งเป้า5ปี2หมื่นล.

17 มิถุนายน 2557

“ตรีพล”อดีตผู้บริหารกองทุน กบข. นำทัพ บลจ.เมย์แบงก์ ตั้งเป้า 5 ปี AUM แตะ 2 หมื่นล้านบาท

“ตรีพล”อดีตผู้บริหารกองทุน กบข. นำทัพ บลจ.เมย์แบงก์ ตั้งเป้า 5 ปี AUM แตะ 2 หมื่นล้านบาท

นายตรีพล ภูมิวสนะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยภายหลังเข้ารับตำแหน่งว่า ขณะนี้กลุ่มเมย์แบงก์ กรุ๊ป (มาเลเซีย) พร้อมรุกธุรกิจกองทุนรวมในไทย เพื่อรองรับการขยายตัวด้านการลงทุน หลังแนวโน้มเศรษฐกิจส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้นโดยตั้งเป้ามูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (เอยูเอ็ม) ของ บลจ.ไว้ที่ 2 หมื่นล้านบาท ภายใน 5 ปีข้างหน้า และก้าวขึ้นเป็น บลจ.ชั้นนำขนาดกลางในอุตสาหกรรม

สำหรับแนวทางการบริหารงานจะใช้แนวคิด B2P คือ Business People และ Process โดยการออกกองทุนจะเน้นสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน ขณะเดียวกันบริษัทต้องมีกำไร รวมทั้งจะเลือกบุคคลที่มีคุณภาพมาร่วมงาน เนื่องจากหัวใจหลักของกองทุนอยู่ที่ผู้จัดการกองทุน รวมถึงมีกระบวนการทำงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

“นโยบายการออกกองทุนของเราจะมีสไตล์การลงทุนของตัวเองและเน้นการสร้างความง่ายในเรื่องการลงทุน มีเครื่องมือการลงทุนที่หลากหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ และจากเครือข่ายกลุ่มเมย์แบงก์ เพื่อหาผลิตภัณฑ์ให้นักลงทุน” นายตรีพล กล่าว

นอกจากนี้ จากประสบการณ์ที่เคยบริหารกองทุนที่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มา 5 ปี และเคยเป็นนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ 7 ปีในสหรัฐ ซึ่งได้พบปะนักลงทุนสถาบันกว่า 1,000 รายในต่างประเทศ จึงเชื่อว่าจะคัดสรรผลิตภัณฑ์ดีๆ ให้แก่นักลงทุนได้

สำหรับแผนงานช่วงครึ่งปีหลังจะออกกองทุน 46 กองในเดือน ต.ค.-พ.ย.นี้ ได้แก่ กองทุนอาเซียนตราสารหนี้ กองทุนเทอมฟันด์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าในระบบ รวมทั้งกองทุนลงทุนต่างประเทศ ซึ่งเป็นทางเลือกการลงทุนในสไตล์ใหม่ที่แตกต่างจากกองทุนในไทย รวมถึงออกกองทุนหุ้น

“ปีนี้ตั้งเป้ามูลค่าสินทรัพย์ไว้ที่ 1,500 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 600 ล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนรวมเปิดกิมเอ็ง บริหารเงิน 400 ล้านบาท และที่เหลือเป็นกองทุนส่วนบุคคล รวมทั้งตั้งเป้าสร้างผลงานของบริษัทให้มีกำไรใน 3 ปีข้างหน้า” นายตรีพล กล่าว

อย่างไรก็ตาม ใน 5 ปีข้างหน้าคาดว่าจะบริษัทมีสินทรัพย์ที่เป็นกองทุนตราสารหนี้คิดเป็น 50% ของมูลค่าสินทรัพย์ กองทุนหุ้น 25% และกองทุนต่างประเทศ 25% รวมทั้งตั้งเป้าสร้างผลงานให้มีกำไรใน 3 ปี

ทั้งนี้ ใน 5 ปีข้างหน้าคาดว่ากองทุนตราสารหนี้จะมีสัดส่วน 50% ของมูลค่าสินทรัพย์ กองทุนหุ้น 25% และกองทุนลงทุนต่างประเทศ 25%

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในปีนี้ มองตลาดหุ้นพัฒนาแล้วยังน่าสนใจ เศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจน ขณะที่หุ้นไทยยังมีโอกาสขึ้นได้จากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมองเป้าหมายดัชนีสิ้นปีนี้อยู่ที่ 1,550 จุดและหุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ คือ กลุ่มพลังงาน ธนาคาร และสื่อสาร

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69