
โตเกียวมารีนเพิ่มทุน1.3พันล.
โตเกียวมารีน โตเกียวมารีนฯ เพิ่มทุนครั้งใหญ่ 1,300 ล้านบาท อุดกองทุนทรุดจากตั้งสำรองประกันบำนาญพุ่งนายสมโพชน์ เกียรติไกรวัล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตเกียว มารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนใหม่อีก 1,300 ล้านบาท เป็น 2,283 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 983 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มทุนจำนวนมากในครั้งเดียว เนื่องจากมีการขายประกันชีวิตประเภทบำนาญเป็นหลัก โดยในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา สัดส่วนแบบประกันบำนาญเพิ่มขึ้นเป็น 56% ของเบี้ยรับรวม และเพิ่มเป็น 60% ของยอดขายใหม่นอกจากนี้ กำไรสุทธิช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ถึงจะมีกำไรแต่ก็ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพราะผลตอบแทนจากการลงทุนลดลงมาก ส่งผลให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องสำรองตามกฎหมาย (CAR Ratio) ลงมา 269%"สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองเบี้ยประกันบำนาญ เพราะเป็นแบบที่ต้องรับผิดชอบจ่ายเงินคืนลูกค้าไปถึง 90 ปี จึงต้องตั้งสำรองสูงกว่าประกันชีวิตแบบ คุ้มครองตลอดชีพ และประกันออมทรัพย์ ซึ่งทางภาครัฐก็เป็นห่วงว่าการเน้นขายประกันบำนาญเป็นหลัก จะตั้งสำรองไหวไหม รวมทั้งลูกค้าเข้าไปดูฐานะการเง
โตเกียวมารีน โตเกียวมารีนฯ เพิ่มทุนครั้งใหญ่ 1,300 ล้านบาท อุดกองทุนทรุดจากตั้งสำรองประกันบำนาญพุ่ง
นอกจากนี้ กำไรสุทธิช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ถึงจะมีกำไรแต่ก็ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพราะผลตอบแทนจากการลงทุนลดลงมาก ส่งผลให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องสำรองตามกฎหมาย (CAR Ratio) ลงมา 269%
"สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองเบี้ยประกันบำนาญ เพราะเป็นแบบที่ต้องรับผิดชอบจ่ายเงินคืนลูกค้าไปถึง 90 ปี จึงต้องตั้งสำรองสูงกว่าประกันชีวิตแบบ คุ้มครองตลอดชีพ และประกันออมทรัพย์ ซึ่งทางภาครัฐก็เป็นห่วงว่าการเน้นขายประกันบำนาญเป็นหลัก จะตั้งสำรองไหวไหม รวมทั้งลูกค้าเข้าไปดูฐานะการเงินทุกวัน เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย บริษัทแม่จึงให้เพิ่มทุนทีเดียว 1,300 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนเงินกองทุนของบริษัทเพิ่มขึ้นมาอยู่บริเวณ 500% จากเกณฑ์ที่ภาครัฐวางไว้ 140%" นายสมโพชน์ กล่าว
นายสมโพชน์ กล่าวว่า การเพิ่มทุนครั้งนี้จะสามารถรองรับการขยายธุรกิจที่ตั้งเป้าหมายการเติบโตเฉลี่ยปีละ 20% ได้ติดต่อกัน 3-5 ปี และหลังจากนั้นมั่นใจว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้บริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอในการดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องเพิ่มทุนอีก โดยปีนี้จะทำการเปิดสาขาใหม่อีก 2 แห่ง คือ จ.พระนครศรีอยุธยา และอุบลราชธานี ทำให้สาขาเพิ่มเป็น 16 แห่ง และภายใน 3-5 ปี จะต้องมีสาขาประมาณ 20 แห่ง ตัวแทน 5,000 คน จากปัจจุบัน 2,400 คน
ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งขยายธุรกิจผ่านช่องทางตัวแทนที่มีศักยภาพสูง เพราะเบี้ยเฉลี่ยต่อกรมธรรม์ของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 2 แสนบาท/กรมธรรม์ สูงที่สุดในตลาด และเป็นตัวแทนที่ได้รับรางวัลขายประกันได้มากที่สุดอันดับ 1 ของประเทศติดต่อกัน 3 ปีซ้อน โดยปีนี้มีตัวแทนที่ได้รับรางวัล ตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ 10 คน จากผู้ได้รับรางวัลทั่วประเทศ 100 คน
สำหรับในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยรับรวมไว้ที่ 3,785 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยปีแรก 1,060 ล้านบาท โดย 900 ล้านบาทจะมาจากการขายผ่านตัวแทน และยังไม่มีการปรับเป้าการโต โดย 3 เดือนแรกของปีนี้มีเบี้ยรับรวมทุกช่องทาง 663 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้ว 12% โดยเบี้ยที่เกิดจากช่องทางตัวแทนมี 377 ล้านบาท เพิ่ม 33%







