
ส่งออกสิ่งทอไทย4เดือนแรกปีนี้ลด0.47%
ยอดส่งออกสิ่งทอไทย 4 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 2,423 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 0.47% เหตุตลาดหลักเศรษฐกิจไม่ดี
ยอดส่งออกสิ่งทอไทย 4 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 2,423 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 0.47% เหตุตลาดหลักเศรษฐกิจไม่ดี
นางสุทธิณีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยว่า ยอดส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.2557) อยู่ที่ 2,423 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.47% โดยแบ่งเป็นการส่งออกสิ่งทอ 1,485 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.39% เนื่องจากตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป (อียู) เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร รวมทั้งบางประเทศยังสามารถผลิตผ้าผืนและเส้นด้ายเองได้จึงทำให้นำเข้าสิ่งทอจากไทยลดลง
ขณะที่กลุ่มเครื่องนุ่งห่มในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ พบว่ามีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 934.52 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.76% เนื่องจากประเทศไทยมีเทคโนโลยีการผลิตผ้าผืน เส้นด้ายที่แข็งแกร่ง และสามารถผลิตเพื่อตอบสนองภาคอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ต่างๆ ในอาเซียน รวมทั้ง จีน ญี่ปุ่น ยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้ดีกว่า
ปัจจุบัน ประเทศไทยส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไปยังตลาดอาเซียนสูงที่สุด ในสัดส่วน 21% และยังมีแนวโน้มการขยายตัวต่อเนื่อง รองลงมาคือ ตลาดสหรัฐอเมริกา 16% อียู 15% ญี่ปุ่น 11% ที่เหลือกระจายตามประเทศต่างๆ
“ในอาเซียนมีเพียงประเทศไทยและอินโดนีเซีย ที่มีการผลิตในอุตสาหกรรมประเภทนี้ครบวงจรตั้งแต่เส้นใย ผ้าผืนไปจนถึงเครื่องนุ่งห่มชนิดต่างๆ โดยอินโดนีเซียมีจุดเด่นในเรื่องของปริมาณการผลิต เพราะมีขนาดตลาดรองรับที่ใหญ่กว่า ขณะที่ไทยมีจุดเด่นในเรื่องของเทคโนโลยีการผลิต และการผลิตผ้าผืนชนิดพิเศษ ดังนั้น จึงเป็นโอกาสอีกมากที่ผู้ประกอบการสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยจะขยายตลาดสิ่งทอในภูมิภาคนี้” นางสุทธิณีย์ กล่าว
นอกจากนี้ สถาบันยังอยู่ระหว่างการจัดทำยุทธศาสตร์ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตผ้าผืนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (อีโค ไฟเบอร์) ในภูมิภาคอาเซียน ภายใน 3-5 ปีข้างหน้านี้ด้วย ผ่านกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอจากวัฒนธรรม (เสื้อผ้ามุสลิม) การพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอป และการพัฒนาเส้นใยสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การพัฒนาเส้นใยธรรมชาติจากใยสับปะรด ใยกัญชงและเศษผ้าไหม เป็นต้น
สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในปีนี้ ภาพรวมการส่งออกยังคงมีทิศทางการขยายตัวอยู่ คาดว่าจะขยายตัวอยู่ที่ระดับ 2.5-3.5% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ที่อุตสาหกรรมสิ่งทอของประเทศไทยขยายตัวอยู่ที่ 3.6% หรือมีมูลค่ารวม 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง รวมทั้งในช่วงเทศกาลบอลโลกยังทำให้ยอดคำสั่งซื้อเสื้อผ้ากีฬาเพิ่มขึ้นประมาณ 10% อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม กรณีแรงงานชาวกัมพูชาแห่เดินทางกลับบ้านนั้น นายสุทธิณีย์ มองว่า ไม่น่าจะกระทบต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยมากนัก เพราะแรงงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่มีคุณภาพ และน่าจะเป็นเพียงความตื่นตระหนกระยะสั้นๆ เท่านั้น เชื่อว่าไม่นานแรงงานกลุ่มนี้ก็จะกลับเข้ามา







