posttoday
UNIQ พร้อมรับงานใหญ่

UNIQ พร้อมรับงานใหญ่

16 มิถุนายน 2557

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่งสัญญาณเดินหน้าขับเคลื่อนการลงทุนครั้งใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ส่งผลให้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีงานมหาศาลรออยู่ข้างหน้า ไม่ต้องแข่งขันตัดราคากันดุเดือดเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว แต่บริษัทใดจะคว้างานมาได้มากแค่ไหนขึ้นอยู่กับฝีมือของแต่ละแห่ง

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่งสัญญาณเดินหน้าขับเคลื่อนการลงทุนครั้งใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ส่งผลให้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีงานมหาศาลรออยู่ข้างหน้า ไม่ต้องแข่งขันตัดราคากันดุเดือดเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว แต่บริษัทใดจะคว้างานมาได้มากแค่ไหนขึ้นอยู่กับฝีมือของแต่ละแห่ง

“นที พานิชชีวะ” ประธานกรรมการ บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) ให้สัมภาษณ์ว่า UNIQ มีความพร้อมทุกด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องบุคลากร เทคโนโลยี การบริหารต้นทุน และมีผลงานก่อสร้างหลายโครงการมาอ้างอิงแล้ว ทำให้บริษัทมีความมั่นใจในศักยภาพและคุณสมบัติพร้อมสามารถรับงานโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐจำนวนมาก โดยเฉพาะระบบราง ด้วยประสบการณ์การก่อสร้างรางรถไฟสายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน และสายสีน้ำเงิน

ความสำเร็จในวันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโมเดลธุรกิจที่วางไว้ตั้งแต่ริเริ่มทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของกลุ่มพานิชชีวะ โดยจะรับเฉพาะงานของภาครัฐและ รัฐวิสาหกิจในกรุงเทพฯ เท่านั้น ไม่สร้างถนนและไม่รับงานภาคเอกชน เพราะไม่อยากมีความเสี่ยงเรื่องเก็บเงินไม่ได้ ส่วนการรับงานเฉพาะของรัฐ เพราะมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ เนื่องจากประเทศไทยหยุดการพัฒนาระบบรางมาหลายสิบปี จำเป็นต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วน

การตั้งโจทย์รับงานเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่ไม่มีการวางผังเมืองและไม่รู้ว่าขุดลงไปแล้วจะเจออะไรบ้าง นับว่าเป็นงานที่มีความยากแต่ได้ราคาดี จึงต้องใช้ เทคโนโลยีพิเศษและความสามารถของบุคลากรที่มีคุณภาพ สร้างผลงานออกมาที่มีคุณภาพเพื่อสร้าง ความไว้วางใจ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จด้วยดี

UNIQ เป็นบริษัทที่สร้างอุโมงค์แห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่ดินแดง นอกจากนั้นยังเริ่มต้นและมีความเชี่ยวชาญในการนำเหล็กมาสร้างสะพานอีกด้วย เช่น สะพานพระราม 3 สะพานไทย-เบลเยี่ยม และมีส่วนร่วมในการสร้างสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมประมาณ 1 ใน 3 ของงานทั้งหมด

นที เล่าให้ฟังว่า หัวใจของการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ คือ การบริหารต้นทุนรวมให้ต่ำ เพื่อให้อัตรากำไรสุทธิของงานออกมาสูง อย่างน้อย 5% โดยหาแหล่งวัสดุก่อสร้างที่มีต้นทุนต่ำจากแหล่งต่างๆ ในแต่ละโครงการ และในแต่ละจังหวะ

ด้านแรก คือ เหล็กถือเป็นต้นทุนสำคัญหลักสัดส่วนประมาณ 30-40% ซึ่งโครงการปัจจุบันมีซัพพลายเออร์ 1 ราย เป็นเทรดเดอร์ในประเทศ เป็นผู้จัดหาเหล็กจากแหล่งต่างๆ ได้ในราคาที่ต่ำกว่าที่บริษัทจัดหาเอง พร้อมทั้งมีความมั่นคงและมีระบบการันตีจากธนาคาร

ในอดีตบริษัทส่งส่วนผสมเหล็กที่โครงการกำหนดไว้ไปให้บริษัทที่จีนผลิตออกมาได้ต้นทุนที่ต่ำมาก และได้คุณภาพตามที่กำหนดจากการตรวจสอบโดยคณะที่ปรึกษาของบริษัท หรือในช่วงที่ราคาเหล็กต่ำลงมากๆ ได้ลงทุนก่อสร้างคลังสินค้าบนพื้นที่ 100 ไร่ เพื่อซื้อเหล็กมาเก็บไว้ใช้ได้นาน

สำหรับการบริหารต้นทุนหิน ทราย และปูนซีเมนต์ ปัจจุบันบริษัทได้ลงทุนซื้อแหล่งผลิตทรายที่ จ.อ่างทอง และแหล่งผลิตหินที่ จ.สระบุรี เพราะเห็นถึงความคุ้มค่าในการลงทุน เมื่อพิจารณาจากขนาดของโครงการก่อสร้างระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) งานโยธาสำหรับสถานีกลางบางซื่อและศูนย์ซ่อมบำรุง มีมูลค่างานประมาณ 3 หมื่นล้านบาท โดยโครงการจะเสร็จใน 3 ปีข้างหน้า รองรับการก่อสร้างทั้งโครงการพื้นที่ 100 ไร่ ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้วัสดุก่อสร้างจำนวนมาก ขณะที่แหล่งปูนซีเมนต์จะซื้อจากหลายแหล่งเพื่อกระจายความเสี่ยง แหล่งหลักซื้อจากบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC)

นอกจากนั้น บริษัทยังมีเงินสดในมือจำนวนมาก ซึ่งสามารถสร้างอำนาจการต่อรองสูงขึ้นในการเจรจาซื้อวัสดุก่อสร้างล็อตใหญ่ และเมื่อจ่ายเป็นเงินสดเต็มจำนวนก็จะได้ส่วนลดเพิ่มเติม ส่วนการบริหารเงินสด จะเน้นฝากในบัญชีเงินฝากประจำเป็นหลัก เนื่องจากส่วนหนึ่งใช้เป็นหลักประกันในการเข้าประมูลงาน โดยมีธนาคารกรุงไทยให้การสนับสนุนทางการเงิน

“งานก่อสร้างมีราคามาตรฐานมีรายรับคงที่ ดังนั้นการทำกำไรมากหรือน้อยอยู่ที่ฝีมือในการบริหารต้นทุน โจทย์หลักของบริษัท คือ ทำยังไงให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้างเหล็ก หิน ปูน ทราย ซื้อได้ถูกกว่าราคามาตรฐานเพื่อจะเป็นกำไรกลับเข้ามา มากขึ้น”

นที กล่าวอีกว่า บริษัทยังให้ความสำคัญเรื่องเทคโนโลยีก่อสร้าง ซึ่งบริษัทศึกษาค้นคว้าหาเทคโนโลยีที่ดีจาก ต่างประเทศและนำมาประยุกต์ใช้ในโครงการ โดยมีทั้งการซื้อโนว์ฮาว หรือขอเป็นพาร์ตเนอร์ มาออกแบบ หรือเป็นที่ปรึกษา ปัจจุบันบริษัทมีทีมงานที่ศึกษาด้านเทคโนโลยีก่อสร้างเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลง

ล่าสุด บริษัทใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านบาท ในการซื้อเทคโนโลยีเครื่องมือจากจีน แม้ว่าราคาจะสูง แต่นำมาใช้เพียงโครงการเดียวก็คุ้มค่าแล้ว สำหรับการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาโดยมีพื้นที่อยู่ในน้ำลดลง เทคโนโลยีนี้สามารถสร้างสะพานจากสองฝั่งแล้วมาบรรจบตรงกลาง สามารถประหยัดค่าก่อสร้างและช่วยให้อัตรากำไรดีขึ้น ที่สำคัญ เครื่องมือและ เทคโนโลยีที่ลงทุนไปแล้วยังสามารถนำไปใช้สำหรับ การก่อสร้างโครงการในอนาคต

ในส่วนชิ้นส่วนสำเร็จรูปทั้งโครงการ การผลิตแผ่นผนังเพื่อนำไปประกอบในงานอาคาร ก็ถูกผลิตจากแหล่งผลิตหินที่ จ.สระบุรี ได้งานที่ ประณีตและผลิตได้เร็ว ต่างจากการก่อสร้างในประเทศปกติจะใช้การหล่อ ส่วนงานสะพาน ว่าจ้างบริษัทต่างประเทศ ออกแบบงานก่อสร้างที่มีความยาก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจาก สหรัฐและยุโรป

ประธานกรรมการ UNIQ กล่าวว่า ด้านบุคลากรบริษัทก็ให้ความสำคัญเช่นกัน ซึ่งปัจจุบัน UNIQ มีพนักงานประมาณ 100 คน ใช้การบริหารแบบรวมศูนย์ มีวอร์รูมเพื่อรับเรื่องปัญหาต่างๆ ของงานที่มีทีมงานระดับบริหาร ทั้งนักกฎหมาย วิศวกร และว่าจ้างที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ส่งผลให้สามารถบริหารแก้ปัญหาทำงานได้รวดเร็วมีประสิทธิภาพสูงสุดต้นทุนไม่เพิ่มขึ้น

“เรื่องคนเป็นหัวใจของธุรกิจ คนเก่าก็ยังอยู่กับเรา ผู้บริหารก็เป็นคนไทย มีคนต่างประเทศแค่ 5-6 คน งานหลายส่วนก็ใช้เอาต์ซอร์ส”

นที กล่าวถึงการแข่งขันประมูลงานในอนาคตว่า ผลงานก่อสร้างที่ผ่านมาถือว่ามีความสำคัญที่สุด เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่จะมีเพียง 1 กลุ่มบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีความเชี่ยวชาญรับงานได้ เพราะโครงการต่อเนื่องและต้องส่งมอบงานที่มีคุณภาพได้ จึงต้องมีวิธีบริหารจัดการและเทคโนโลยีต้องดี

ปัจจุบัน มีบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ที่รับงานโครงสร้างพื้นฐานได้มีเพียงบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) บริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) และ UNIQ ที่อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน แต่ UNIQ โฟกัสงานมากกว่า ITD

ขณะที่พันธมิตรธุรกิจเพื่อทำกิจการร่วมค้า UNIQ จะพิจารณาจากผู้ที่มีผลงานที่ดีให้สามารถมีคุณสมบัติผ่านเข้าประมูลงานภาครัฐได้

ก่อนหน้านี้ บริษัทและพันธมิตรญี่ปุ่นสนใจโครงการการบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านบาท แต่ถอนตัวออกไป เพราะมีเงื่อนไขให้ผู้รับเหมาบริหารจัดการพื้นที่และเวนคืนที่ดิน ซึ่งมีความยากและบริษัทไม่ถนัด แต่หาก คสช.ปรับเงื่อนไขเข้ามาช่วยจัดการพื้นที่และเวนคืนที่ดิน บริษัทก็พร้อมจะเข้าไปประมูล

“ภาพรวม UNIQ ขณะนี้มีความพร้อมในทุกด้าน สิ่งที่ลงทุนไปแล้วทำให้การลงทุนใหม่ในอนาคตเบาลงมาก หากต้องรับงานขนาดใหญ่ ทั้งระบบรางหรือโครงการน้ำ ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท สามารถทยอยรับรู้เป็นรายได้อีก 3-4 ปี โดยงานหลักคือ โครงการรถไฟสายสีแดงและน้ำเงิน”

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว