
ฮ่องกง-สิงคโปร์เชื่อไทยฟื้น
ธปท.ยันพื้นฐานเศรษฐกิจดีกว่ามาเลย์ ยกเว้นหนี้ครัวเรือนสูงแต่ไม่น่าห่วง
ธปท.ยันพื้นฐานเศรษฐกิจดีกว่ามาเลย์ ยกเว้นหนี้ครัวเรือนสูงแต่ไม่น่าห่วง
ธปท.เผยนักลงทุนฮ่องกงและสิงคโปร์ยังเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ฟื้นตัวได้
นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สังเกตจากคำถามที่นักลงทุนสอบถามในการ ออกไปโรดโชว์ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยังพบว่านักลงทุนต่างชาติในกลุ่มภูมิภาคนี้ อย่างฮ่องกง และสิงคโปร์ยังเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย เพราะลึกๆ แล้วส่วนใหญ่เชื่อว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ตามพื้นฐานที่ดีของประเทศ แต่ยังมีข้อสอบถามเกี่ยวกับความเข้มแข็งของการฟื้นตัวในระยะ ต่อไป
"ธปท.ก็ได้ยืนยันแล้วว่าเศรษฐกิจไทยไม่มีปัญหาในการฟื้นตัว เพราะตัวชี้วัดดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในประเทศปรับดีขึ้นแล้ว จากเดือน เม.ย. ที่ 67.8% เพิ่มเป็น 70.7% ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณที่ดี" นางรุ่ง กล่าว
สำหรับผลสำรวจที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมีพื้นฐานดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านอยู่ในระดับใกล้เคียงกันอย่างมาเลเซียแทบทุกด้าน ไม่ว่าสัดส่วนหนี้ต่างประเทศต่อจีดีพี ทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราแลกเปลี่ยน หนี้สาธารณะต่อจีดีพี ภาคธนาคารพาณิชย์ที่มีความมั่นคง และระดับเงินเฟ้อ ซึ่ง ธปท.มองว่าเงินเฟ้อไม่น่าห่วง แม้จะขยับขึ้นตามราคาต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นบ้างก็ตาม
อย่างไรก็ดี มีด้านเดียวที่ไทยด้อยกว่ามาเลเซีย คือ หนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง แต่ปัจจุบัน ธปท.ห่วงหนี้ครัวเรือนลดลงแล้ว เพราะคนเริ่มตระหนักถึงภาระหนี้และใช้จ่ายระมัดระวังมากขึ้น
นอกจากนี้ ที่ผ่านมาไทยมีปัญหาภาคการคลังที่เดินเครื่องไม่เต็มที่ และความเชื่อมั่นภาคเอกชนไม่ดี แต่ขณะนี้การใช้จ่ายภาคการคลังจะกลับเป็นปกติ และความเชื่อมั่นภาคเอกชนมีสัญญาณฟื้นตัว จึงมั่นใจว่าเศรษฐกิจฟื้นแน่
อย่างไรก็ตาม การบริโภคภาคเอกชนอาจจะฟื้นตัวไม่แรงนัก เพราะยังมีภาระหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ทำให้ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายในหมวดสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ยอดสินค้าจำเป็นยังขยายตัว
ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี เห็นว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% ในการประชุมวันที่ 18 มิ.ย. และมีโอกาสคงดอกเบี้ยยาวถึงสิ้นปีเพื่อประคับประคองการขยายตัวของเศรษฐกิจ และเอื้อต่อ การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วง ที่เหลือของปี
ทั้งนี้ ความวุ่นวายทางการเมืองที่คลี่คลาย ประกอบกับโรดแมปด้านเศรษฐกิจและนโยบายที่จะเร่งดำเนินการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะทำให้เศรษฐกิจปีนี้มีโอกาสขยายตัว 2.5% จากเดิม 2% ทำให้ลดแรงกดดันในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน







