
กองทุนนอกกอดบจ.ไทยข้องใจหุ้นขึ้นฝ่าเคอร์ฟิว
ตลท. พา บจ.กลางเล็กโรดโชว์ฮ่องกง-สิงคโปร์ พบ 65 กองทุน ซักประเด็นรัฐประหารแต่หุ้นขึ้น
ตลท. พา บจ.กลางเล็กโรดโชว์ฮ่องกง-สิงคโปร์ พบ 65 กองทุน ซักประเด็นรัฐประหารแต่หุ้นขึ้น
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยภายหลังการโรดโชว์ที่ฮ่องกงและสิงคโปร์ ร่วมกับ บีเอ็นพี พาริบาส์ นำบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 13 แห่ง เน้น บจ.ขนาดกลางและเล็ก ตัวแทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ไปพบกองทุนต่างประเทศจำนวน 65 แห่ง โดยคำถามหลักคือการเกิดรัฐประหารว่าเหตุผลใดหุ้นยังเพิ่มขึ้นได้ รวมถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจและ บจ.
นางเกศรา อธิบายว่า ภายหลังการรัฐประหารส่งผลให้มีความชัดเจนมากขึ้น นักลงทุนในประเทศจึงเข้ามาซื้อหุ้นตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. ส่วนนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิในวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ผลประกอบการ บจ.ส่วนใหญ่เติบโตได้ดีจากความสามารถภายในบริษัทสามารถทนทาน
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีพื้นฐานที่ดีจากสภาพคล่องที่สูงสุดในตลาดอาเซียน สะท้อนจากมูลค่าการซื้อขายในเดือน มิ.ย. เฉลี่ย 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ/วัน เดือน พ.ค. อยู่ที่ 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึงผลตอบแทนการลงทุนยังอยู่ในระดับสูงจากต้นปีถึงปัจจุบันอยู่ที่ 12.9% นับว่าสูงเป็นอันดับ 3 รองจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์
อย่างไรก็ดี ตลท.ได้ถามกลับไปยังกองทุน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นระยะยาว ซึ่งทั้งหมดมีพอร์ตลงทุนในหุ้นไทยโดยได้รับการยืนยันว่าไม่ได้มีการเทขายหุ้นไทยออกจากประเด็นการเกิดรัฐประหารและยังคงถือหุ้นไทยต่อเนื่อง หลังจากขายออกไปมากแล้วในปี 2556 เพราะต้องการถือในระยะยาว 3-5 ปี และกองทุนกลุ่มที่เข้ามาฟังข้อมูลสามารถลงทุนได้โดยไม่ติดเงื่อนไขรัฐประหาร
กองทุนได้ถามแผนงานของ ตลท. ซึ่งมีเป้าหมายปี 2563 จะเติบโต 2 เท่า ทั้งมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรว(มาร์เก็ตแคป) และมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน







