
อุตฯหนุนธุรกิจใช้ISO28000
อุตฯ หนุนภาคธุรกิจใช้มาตรฐาน ISO 28000 สร้างความปลอดภัยซัพพายเชนการผลิต ชี้ได้สิทธิพิเศษพิธีศุลกากรส่งออกนำเข้าลดความเสี่ยงธุรกิจ
อุตฯ หนุนภาคธุรกิจใช้มาตรฐาน ISO 28000 สร้างความปลอดภัยซัพพายเชนการผลิต ชี้ได้สิทธิพิเศษพิธีศุลกากรส่งออกนำเข้าลดความเสี่ยงธุรกิจ
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ปฏิบัติหน้าที่รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ในช่วงปลายปี 2554 และส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก ทำให้ตั้งแต่ปี 2555 กระทรวงฯ ได้ผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมมีการบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่การผลิต หรือซัพพายเชน โดยสนับสนุนให้มีการใช้มาตรฐาน ISO 28000 หรือ ซึ่งเป็นมาตรฐานการบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ (Business Continuity Manangement:BCM)
“เหตุการณ์แผ่นดินไหวในภาคเหนือ ตลอดจนเหตุการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงความต่อเนื่องทางธุรกิจทั้งภายในองค์กรและขยายไปยังซัพพายเชนที่เกี่ยวข้องกับการผลิต” นายวิฑูรย์ กล่าว
นายปณิธาน จินดาภู อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศที่มีความเสี่ยงภัยพิบัติสูง เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน มีการตื่นตัวนำมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงไปปรับใช้กับองค์กร และขยายไปยังเครือค่ายคู่ค้าในซัพพายเชน เช่น ซัพพายเอร์ รถขนส่ง คลังสินค้า
ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO 28000 นอกจากจะมีแผนบริหารความเสี่ยงกรณีเกิดภัยพิบัติที่ชัดเจนแล้วยังมีสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจนนั่นคือกสิทธิพิเศษในการส่งออกนำเข้าสินค้า ทำให้เวลาในการผ่านพิธีศุลกากรลดลง รวมถึงการลดการสูญเสียหรือสูญหายของวัตถุดิบหรือสินค้า สร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่ค้าด้วย
สำหรับการรับรองมาตรฐาน ISO28000 กพร. มีสถานบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ(สรอ.) เป็นหน่วยร่วมดำเนินงาน
นายอุฤทธิ์ ศรีหนองโคตร เลขาธิการ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) กล่าวว่า สมอ.ได้เริ่มเผยแพร่ความรู้เรื่อง มอก. 9999 ซึ่งเป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม ซึ่งประยุกต์จากหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาตั้งแต่ปี 2556
ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมา สมอ. ได้มีโครงการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐาน มอก.9999 ในรูปแบบการสัมมนา รวมถึงทำโครงการส่งเสริมการนำมาตรฐาน มอก.9999 เล่ม 1-2556 ไปใช้ในสถานประกอบการเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการดำเนินการให้ได้ตามมาตรฐาน ซึ่งจัดอบรมไปแล้ว 2 รุ่น
ทั้งนี้ เพื่อการถ่ายทอดที่ชัดเจนยิ่งขึ้นได้มีการดึง สรอ. เข้ามาเป็นที่ปรึกษาโครงการ มีการทำเอ็มโอยูร่วมระหว่าง สมอ. สรอ. และผู้ประกอบการที่ร่วมโครงการรุ่นที่1 จำนวน 11 แห่ง เพื่อถ่ายทอดความรู้ ขั้นตอนการพัฒนาให้ได้ตามมาตรฐาน และวิธีการบูรณาการ มอก.9999 ไปใช้งานให้เหมาะสมกับสถานประกอบการ







