
ตลท.เล็งทบทวนเป้าหลังทหารดันตลาดหุ้นดีขึ้น
ตลท.เตรียมเสนอบอร์ดทบทวนเป้าหมายปีนี้ หลังเห็นแววมูลค่าการซื้อขายไม่ต่ำกว่าเป้า
ตลท.เตรียมเสนอบอร์ดทบทวนเป้าหมายปีนี้ หลังเห็นแววมูลค่าการซื้อขายไม่ต่ำกว่าเป้า
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. ที่มีการประกาศกฎอัยการศึกจนถึงวันนี้พบว่า มีมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท ถือว่าเพิ่มขึ้น อย่างมากจากช่วงก่อนหน้านี้ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยในปี 2556 แต่เนื่องจากในช่วง ครึ่งแรกมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ในระดับต่ำเพียงกว่า 3 หมื่นล้านบาท เท่านั้น ทำให้คาดว่ามูลค่าการซื้อขายตลาดหุ้นเฉลี่ยทั้งปีน่าจะต่ำกว่าระดับที่ประเมินไว้ 4-4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่ง อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายอื่น ทำให้ ตลท.จะทบทวนเป้าหมายเพื่อเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) ตลาดหลักทรัพย์พิจารณา
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นนับว่าดีขึ้น สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนภายหลังที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศนโยบายทั้งระยะสั้น
ดังนั้น จึงทำให้ดัชนีหุ้นในขณะนี้ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 1,200 จุด ขึ้นมาอยู่ในช่วง 1,400 จุด หรือปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 9% ถือว่าดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นเกิดใหม่และตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้
นอกจากนี้ ยังพบว่านับตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติมียอด ซื้อหุ้นไทยแล้วประมาณ 7,000 ล้านบาท ยอดการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งรวมการถือครองแบบพันธมิตรร่วมลงทุนขณะนี้มาอยู่ที่ระดับ 4.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากต้นปีอยู่ที่ระดับ 3.6 ล้านล้านบาท หรือ 33.7% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งตลาดเทียบปีที่ผ่านมาที่ 34%
“ความจริงนักลงทุนต่างชาติกลับเข้าลงทุนในหุ้นไทยมาตั้งแต่เดือน ก.พ.แล้ว แต่ขายในเดือน พ.ค. เพราะปัญหาการเมืองไทยจริงๆ แล้วเงินไม่ได้ไหลออก เพียงแต่มีการซื้อเข้าและขายออก และขณะนี้พบว่าระยะนี้กลับมาซื้อหุ้นไทย ซึ่งประเด็นที่จะทำให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนในตลาดหุ้นไทยต่อไป ขึ้นอยู่กับแผนต่างๆ ที่ทาง คสช.ได้ประกาศออกมาจะสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงหรือไม่”
นายภากร กล่าวว่า แม้ราคาหุ้นไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ถือว่าไม่ได้แพงเกินไป เพราะพิจารณาได้จากราคาเทียบกับคาดการณ์กำไรสุทธิที่ระดับ 13.7 เท่า ยังถือว่าต่ำกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้







