
IECโชว์ศักยภาพกู้เงิน-ลั่นกลับมาปันผล
BML110614-b06n2 IEC อาศัยเงินกู้แบงก์ไทยพาณิชย์รอขายหุ้นพีพี ให้คำมั่นเพิ่มทุนสำเร็จพลิกกลับมาเป็นหุ้นปันผล
BML110614-b06n2 IEC อาศัยเงินกู้แบงก์ไทยพาณิชย์รอขายหุ้นพีพี ให้คำมั่นเพิ่มทุนสำเร็จพลิกกลับมาเป็นหุ้นปันผล
นายอรรถวุฒิ เลาหภักดี กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจิเนียริง (IEC) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนระดมทุนจำนวน 1,430 ล้านบาท แบ่งเป็น 1,030 ล้านบาท เสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม และอีก 400 ล้านบาท จากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง (พีพี) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาหาผู้ร่วมลงทุน
นายอรรถวุฒิ ยอมรับว่า มีนักลงทุนสถาบันให้ความสนใจร่วมลงทุนซื้อหุ้นพีพี ภายหลังบริษัทปรับกลยุทธ์รุกเข้าสู่ธุรกิจใหม่พลังงานทดแทนมากขึ้น แต่ติดเงื่อนไขไม่สามารถลงทุนหุ้นในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) ได้ ทำให้การหาผู้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบพีพีค่อนข้างยาก
ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้รีบร้อน เพราะหุ้นเพิ่มทุนในส่วนนี้มีระยะเวลา 1 ปี ในการสรรหาผู้ลงทุน และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อความสามารถในการลงทุน เพราะจะอาศัยเงินกู้ในระหว่างการหาผู้ซื้อในส่วนของพีพี ซึ่งบริษัทมีศักยภาพในการกู้เงิน
ปัจจุบัน IEC มีอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.5 เท่าเท่านั้น และขณะนี้ทางธนาคารไทยพาณิชย์ให้ วงเงินกู้ในระดับที่สูงถึง 3 เท่าของทุน เพราะมองเห็นโครงการลงทุนของบริษัทมีแนวโน้มที่ดี
“นับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี ที่บริษัทได้รับวงเงินจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ โดยให้เหตุผลว่าชอบโครงการลงทุนของ IEC นอกจากนี้การลดทุนทำให้เกิดส่วนเกินทุน ซึ่งบริษัทจะนำไปล้างขาดทุนสะสมที่มีอยู่ 2,800 ล้านบาท ทำให้ IEC สามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลได้จากกำไรที่จะเกิดขึ้นในปี 2557 ซึ่ง IEC กลายมาเป็นหุ้นปันผลได้” นายอรรถวุฒิ กล่าว
รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ IEC กล่าวว่า ผลจากการรุกเข้าสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน จะผลักดันให้กำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม (อีบิทดา) ของบริษัทจากระดับ 100 ล้านบาท ในปี 2556 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 300 ล้านบาท ในปีนี้ และทำให้ 12 เดือนข้างหน้าหรือนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีนี้จนถึงไตรมาส 1 ของปี 2558 มีอีบิทดาระดับ 450 ล้านบาท
สำหรับสัดส่วนรายได้ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ใน 3 โครงการกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 10 เมกะวัตต์ มีสัดส่วน 36% โรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่หาดใหญ่ 24% กำลังการผลิต 6 เมกะวัตต์ ธุรกิจเทคโนโลยี สารสนเทศ (ไอซีที) สัดส่วน 17% และที่เหลืออีก 23% มาจากโครงการลงทุนใหม่ๆ เช่น การขายไฟฟ้าไปยังนิคมอุตสาหกรรมสิงขรในประเทศพม่า ซึ่ง IEC จะลงทุน 150 ล้านบาท ด้วยการซื้อไฟจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในราคา 3-4 บาท/หน่วย และเดินสายไฟเชื่อมต่อไปขายในนิคมอุตสาหกรรมสิงขร ในราคาประมาณกว่า 10 บาท/หน่วย ในไตรมาส 3 นี้น่าจะมีความชัดเจนในการลงทุนมากขึ้นและคาดว่าน่าจะใช้เวลา 4-5 ปีในการคืนทุน
นอกจากนี้ IEC ยังมองหาการซื้อ ใบอนุญาตการทำโซลาร์ฟาร์ม เพื่อให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าในส่วนนี้เพิ่มเป็น 20 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีอยู่แล้ว 10 เมกะวัตต์ รวมถึงยังสนใจศึกษาธุรกิจไบโอแมส โดยพยายามมองหาโอกาสการลงทุนที่ดีเพื่อเข้าซื้อกิจการ แต่ต้องมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ต่ำกว่า 12% และคืนทุนในเวลา 7 ปี







