
อาร์เอส VS กสท.
วันที่ 10 มิ.ย. ศาลปกครองสูงสุดจะพิจารณาคดี กรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ยื่นอุทธรณ์หลังศาลปกครองกลางมีมติพิพากษาเพิกถอน ประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์ รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (มัสต์แฮฟ) ที่กำหนดให้การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทั้ง 64 นัดต้องถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี โดยเพิกถอนเฉพาะข้อที่ 3 และให้มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2556
วันที่ 10 มิ.ย. ศาลปกครองสูงสุดจะพิจารณาคดี กรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ยื่นอุทธรณ์หลังศาลปกครองกลางมีมติพิพากษาเพิกถอน ประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์ รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (มัสต์แฮฟ) ที่กำหนดให้การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทั้ง 64 นัดต้องถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี โดยเพิกถอนเฉพาะข้อที่ 3 และให้มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2556
สำหรับประกาศมัสต์แฮฟของ กสท. กำหนดให้กีฬา 7 ชนิดที่ต้อง ถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายด้วย แต่ประกาศฉบับนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ ซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดมา ทางอาร์เอสจึงได้ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง
ทั้งนี้ ที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองกลางได้มีมติพิพากษาเพิกถอนประกาศดังกล่าวเมื่อวันที่ 31 มี.ค. เฉพาะกรณีฟุตบอลโลกปี 2014 โดยศาลเห็นว่า แม้ กสท.จะอ้างผลประโยชน์สาธารณชนที่ควรจะมีสิทธิเข้าถึงการชมฟุตบอลโลกโดยไม่มีภาระค่าใช้จ่าย แต่โดยหลักกฎหมายปกครองไม่ยอมรับการอ้างประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ เนื่องจากละเมิด พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และทางอาร์เอสต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แกฟีฟ่าเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในการเผยแพร่ในประเทศไทยเช่นกัน
ขณะที่ กสท.ได้ยื่นอุทธรณ์ยืนยันสิทธิของประชาชนที่จะต้องได้รับชมฟุตบอลโลกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนได้รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกฟรีมาตลอดกว่า 40 ปี นับตั้งแต่ปี 2513
อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาของศาลปกครองกรณีฟุตบอลโลกเป็นไปในลักษณะเดียวกับกรณีฟุตบอลยูโรของแกรมมี่ ที่ กสท.บังคับให้เข้าประกาศมัสต์แฮฟ แต่ศาลเห็นว่าหากต้องปฏิบัติตามประกาศมัสต์แฮฟก็จะเป็นการละเมิด พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เช่นเดียวกัน
จึงดูเหมือนว่าประกาศฉบับนี้ จะมีผลบังคับกับผู้ซื้อลิขสิทธิ์ครั้งต่อไปและเห็นทีเวิลด์คัพ 2014 ที่กำลังจะเริ่มวันที่ 12 มิ.ย.นี้ คนไทยอาจไม่ได้ดูฟรีอย่างที่ กสท.อยากให้เป็น







