posttoday
ทิสโก้มองไม่พลาดทริกเกอร์จีนเข้าเป้า

ทิสโก้มองไม่พลาดทริกเกอร์จีนเข้าเป้า

09 มิถุนายน 2557

บลจ.ทิสโก้ มองไม่พลาดหุ้นจีนกลับมาโดดเด่น หนุนทริกเกอร์หุ้นจีนเข้าเป้า 8% ใน 4 เดือน

บลจ.ทิสโก้ มองไม่พลาดหุ้นจีนกลับมาโดดเด่น หนุนทริกเกอร์หุ้นจีนเข้าเป้า 8% ใน 4 เดือน

นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า บลจ.ทิสโก้ รักษาผลงานการบริหารกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ที่โดดเด่นได้อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ณ วันที่ 3 มิ.ย. 2557 กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8% # 12 สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย 8% ที่ 10.8057 บาท/หน่วย ทำให้เลิกโครงการได้ก่อนกำหนด โดยใช้เวลาเพียง 4 เดือน

จากการที่ได้เปิดเสนอขาย “กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8% # 12” (TISCO China Trigger 8% Fund # 12) ซึ่งเป็นกองทาร์เก็ตฟันด์ลงทุนในหุ้นจีน ผ่านกองทุนอีทีเอฟ Hang Seng HShare Index ETF ในฮ่องกง โดยมีนโยบายการลงทุนเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี Hang Seng China Enterprise (HSCEI) หรือ HShares มีอายุโครงการ 8 เดือน โดยจะเลิกกองทุนเมื่อสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 8% หรือมีมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) มากกว่าหรือเท่ากับ 10.80 บาทนั้น

ล่าสุด ณ วันที่ 3 มิ.ย. 57 ที่ผ่านมา NAV ของกองทุนดังกล่าวสามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย 8 % ที่ 10.8057 บาทต่อหน่วย ทำให้เลิกโครงการได้ก่อนกำหนด โดยใช้ระยะเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น ตอกย้ำมุมมองการลงทุนที่แม่นยำ และความเชี่ยวชาญในด้านการจับจังหวะลงทุนที่เหมาะสมของทิสโก้ได้เป็นอย่างดี

“ช่วงที่เปิดขายกองทุนเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นจีนมีราคาถูก และมีสัดส่วนราคา/กำไร (พี/อี) ต่ำสุดในเอเชีย เรามองว่าเศรษฐกิจจีนยังมีโอกาสขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจีนเริ่มผ่อนปรนการตั้งสำรองการปล่อยสินเชื่อของธนาคารและประกาศนโยบายการลงทุนในสาธารณูปโภค เพื่อให้เศรษฐกิจโตตามเป้า7.5% ในปีนี้เราจึงมองว่าตลาดหุ้นจีนเป็นตลาดที่จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระดับที่น่าพอใจ หากตลาดคลายความกังวลดัชนีหุ้นจีนจะดีดกลับ จึงออกกองทริกเกอร์หุ้นจีนในช่วงที่ราคาหุ้นยังถูก ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คาดไว้ โดยหลังจากเปิดขายเพียง 4 เดือน ก็สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายที่ 8% ทำให้ปิดกองคืนเงินได้ก่อนกำหนด ถือเป็นอีกผลงานที่สะท้อนความเป็นมืออาชีพในการบริหารกองทุนของทิสโก้” นายสาห์รัช กล่าว

ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ทิสโก้ เวลธ์ มองว่า เศรษฐกิจจีนผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาสแรก โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรม (PMI) เดือน พ.ค. เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ต่อเนื่อง อยู่ที่ 50.8 และเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือน ม.ค.

ด้านการส่งออกเดือน เม.ย. ขยายตัว 0.9% จากติดลบ 6.6% จากความต้องการการนำเข้าสินค้าจีนจากประเทศในแถบยุโรปและสหรัฐ แม้ว่าผลของฐานการส่งออกที่สูงผิดปกติเมื่อปีที่ผ่านมาจะยังเป็นปัจจัยกดดันตัวเลขการส่งออกอยู่ แต่เชื่อว่าการส่งออกของจีนเดือน พ.ค. ที่กำลังจะประกาศออกมาจะขยายตัวโดดเด่น

สำหรับมาตรการการคลัง รัฐบาลจีนได้จัดสรรงบประมาณ 3.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับรถไฟและ 1.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการสร้างที่อยู่อาศัยและนโยบายอื่นๆสนับสนุนภาคเอกชนมีบทบาทในการลงทุนโครงการเกี่ยวกับระบบสารสนเทศ โครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน

ระยะยาวเศรษฐกิจจีนจะได้รับผลบวกจากนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการสร้างเสถียรภาพการเติบโตของเศรษฐกิจ เช่น การลดสัดส่วนการลงทุน และเพิ่มสัดส่วนการบริโภคในจีดีพี และการเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว และจะทำให้ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นได้ จากปัจจุบันดัชนี HSCEI ซื้อขายที่ระดับพี/อีที่ 7 เท่า และพี/บี 1 เท่า ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551

ทั้งนี้ ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน ทิสโก้ เวลธ์ ประเมินว่า ตลาดหุ้นจีน และตลาดหุ้นเอเชียเหนือ ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มตลาดประเทศเกิดใหม่ เนื่องจาก Valuation ของหุ้นยังถูก อีกทั้งได้รับผลบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก ขณะตลาดประเทศพัฒนาแล้ว มองว่าตลาดหุ้นเยอรมันน่าสนใจที่สุด เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจแข็งแกร่ง และผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในเยอรมัน ยังคงมีการเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ Valuation อยู่ในระดับที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศในยูโรโซนด้วยกัน

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69