
(อย่า) กระตุ้นอสังหาฯจนเป็นนิสัย หลังปฏิวัติ
หลังปฏิวัติหรือรัฐประหาร ทุกคน ทุกหน่วย ต่างสร้างความหวังว่าเศรษฐกิจต้องกระตุ้นให้ก้าวกระโดดกันอีกครั้ง รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์ของเราด้วย รองหัวหน้าคณะปฏิวัติก็เปิดโอกาสให้ทั้งราชการ เอกชน เสนอแผน เสนอโครงการ “กระตุ้น” จนเกิดความหวังเชิงบวกขึ้น
หลังปฏิวัติหรือรัฐประหาร ทุกคน ทุกหน่วย ต่างสร้างความหวังว่าเศรษฐกิจต้องกระตุ้นให้ก้าวกระโดดกันอีกครั้ง รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์ของเราด้วย รองหัวหน้าคณะปฏิวัติก็เปิดโอกาสให้ทั้งราชการ เอกชน เสนอแผน เสนอโครงการ “กระตุ้น” จนเกิดความหวังเชิงบวกขึ้น
สังคมไทยเคยชินกับการ “กระตุ้น” และเคยชินกับ “ประชานิยม” จนเป็นนิสัย และรัฐก็ทำหน้าที่เป็นพ่อที่ใครขออะไรก็ยกให้เปล่าๆ เพื่อแลกกับความพอใจจนกำลังเกิดอาการ “ดื้อยา” (ต้องกระตุ้นกันจนเป็นปกติ เช่น กับอสังหาฯ ของพวกเรา)
กับอสังหาฯ เมื่อปี 2555-2556 สมัยนายกปู ก็มีการกระตุ้นทุกภาคส่วน ต้องการให้เศรษฐกิจก้าวกระโดดให้เร็วจนเป็นนโยบายกระตุ้นจนเกินควร กับอสังหาฯ ของเราก็มีทั้งบ้านหลังแรก กู้ซื้อบ้าน 0% เข้าตลาดหุ้น ยกเว้นภาษีให้ 2 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการในตลาดหุ้นกำไรกันร่วม 30% ผลพวงการขายล่วงหน้า เช่น คอนโดมิเนียม มาสร้างเสร็จเอาปีปฏิวัติ ทำให้เกิดภาพหลอนที่เศรษฐกิจภาพรวมชะลอลดลง แต่ไตรมาส 2 ของปี 2557 ที่ปฏิวัติกลับมีกำไร ทั้งๆ ที่ต้นปี ขายไม่ออก การขายตกลงถึง 30%
ผู้ประกอบการในวงการทุกสมาคมต่างๆ ก็หน้าซีด ยอมรับยอดขาย 2 ไตรมาสแรกปี 2557 ว่า เศรษฐกิจขาลง ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยน “การเมือง” (ซึ่งนักการเมืองเป็นต้นเหตุ) ตายแน่ๆ ปฏิวัติก็เหมือนปลาได้น้ำใหม่ พอคณะปฏิวัติให้เสนอแผน “กระตุ้น” ก็คือการ “โด๊ปยา” ยุคปฏิวัติกันอีกครั้ง
ความจริงแล้ว ความต้องการที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัย 4 มิได้เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ที่ผู้ประกอบการจะให้กระตุ้นการบริโภคกันไม่รู้จบ อย่างเก่งก็มีบ้านกันคนละหลัง
พวกมีรายได้ดีหน่อยก็มี 2 หลัง มีเศรษฐีเท่านั้นที่จะมี 3-4 หลัง มีทั้งบ้านมีทั้งคอนโดมิเนียม มีทั้งบ้านตากอากาศ แต่พอมีการกระตุ้นให้บริโภคมากขึ้น ปี 2555-2556 เปิดขายคอนโดมิเนียมกัน 2,000 ยูนิต ภายใน 1 วัน จองกันคนละ 510 ยูนิต มิได้เป็นปัจจัย 4 อีกแล้ว กลายเป็นสินค้าลงทุนหวังผลตอบแทนสูง มีการซื้อให้เช่า เก็งกำไรกัน ทำให้ตลาดบวม หรือ Over Supply หรือที่เรียกกันว่า ฟองสบู่ ซึ่งผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ก็ไม่ค่อยจะยอมรับความจริง ยังมีการเสนอแนะว่า ยังมีความต้องการของตลาดอยู่มาก แต่ความต้องการนั้นเป็นความต้องการซื้อเทียม หรือความต้องการซื้อแท้ ไม่มีใครรู้
หลังปฏิวัติก็คงจะเสนอให้กระตุ้นกับอสังหาฯ กันอีก เพราะเป็นยาเสพติด ไม่โด๊ปไม่ได้ แต่ไม่หันมาดูการสร้างฐานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้แข็งแรงมั่นคง และที่สำคัญคือ ยั่งยืน คือ ไม่โด๊ปก็เติบโตได้ตามธรรมชาติ ปกติ และมั่นคง
วิธีทำก็ต้องหันมาสร้างให้ผู้บริโภคแข็งแรงด้วยตัวเอง มีรายได้ประจำ รายได้เติบโตดีมั่นคง เขาก็จะบริโภคด้วยความยั่งยืน พยายามยกระดับคนชั้นกลางทั้งในเมืองใหญ่ เมืองเล็ก เมืองท่องเที่ยว เมืองชายแดน อย่าโด๊ปมากนักจะเป็นยาเสพติด เมื่อรายได้เพิ่มขึ้นการบริโภคก็จะมีคุณภาพ อาจจะเริ่มด้วยเช่าบ้าน ซื้อที่อยู่ขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ขึ้น อาจจะมี 2 หลัง เอาไว้ทำงานกับเกษียณอายุก็ได้
ดังนั้น ผู้ประกอบการที่ใกล้ชิดนักการเมือง ก็อย่าขอมากนัก อย่ากระตุ้นกันจนเลยขอบเขต จนเป็นยาเสพติด หันมาช่วยสร้างงานด้านใกล้เคียงกับอสังหาฯ ให้คนมีรายได้มั่นคงและยั่งยืน ดีกว่าจะกระตุ้นให้ซื้อบ้าน คอนโด กันคนละ 4-5 ยูนิต คณะปฏิวัติก็อย่าจักจี้ไปตามคำขอ หรือคนอ้อนมากๆ อ้อนเกินตัวจนเคยชิน ก็จะมีโรคตามมาแน่ๆ อสังหาฯ ก็เช่นกัน ขอให้เลิกทะเลาะกันมากกว่านี้ อย่าเอาทิฐิมาเป็นอัตตาเลย ประเด็นก็ตายกันไปแล้ว ขอให้ประเทศไทยโชคดี







