
สิ่งทอสั่งซื้อเครื่องจักร30%
ยกเครื่องการผลิตไปสู่สินค้ามูลค่าสูงมั่นใจการส่งออกเบ่งบานรับเงินบาทอ่อน
ยกเครื่องการผลิตไปสู่สินค้ามูลค่าสูงมั่นใจการส่งออกเบ่งบานรับเงินบาทอ่อน
ผู้ประกอบการสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม ลงทุนเครื่องจักรพุ่ง 30% หันยกเครื่องการผลิตใหม่สู่ระดับสูง
น.ส.ดวงรัตน์ อุดมสมพร ผู้จัดการกลุ่มโครงการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ เปิดเผยว่า ภาพรวมการนำเข้าเครื่องจักรในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมามีมูลค่ากว่า 3,600 ล้านบาท ขยายตัว 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่ามีอัตราการเติบโตที่สูงมาก เมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมาที่มีการลงทุนเพิ่มขึ้นแค่ 10-15% จึงคาดว่าการนำเข้าเครื่องจักรทั้งปีจะเติบโตได้ 25-30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีมูลค่าการนำเข้าเครื่องจักรกลุ่มดังกล่าว 1.11 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ การนำเข้าเครื่องจักรในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่สูงมากนั้น เป็นผลมาจากกลุ่มผู้ประกอบการเริ่มลงทุนในเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงขึ้น เพื่อยกระดับการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมถึงหันมาลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลและออโตเมติก คัตติ้ง และตลาดส่งออกขยายตัวดี ประกอบกับการที่ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง จึงส่งผลดีต่อการส่งออก
ปัจจุบันไทยเป็นฐานการผลิตหลักในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่มีมูลค่าสูงในอาเซียน ซึ่งจำนวนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยมีประมาณ 2,000-3,000 ราย และในแต่ละช่วงจะมีการปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อลดต้นทุน
รี้ด เทรดเด็กซ์ ประเมินว่า แนวโน้มการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เพราะสถานการณ์ในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น ประกอบกับนักลงทุนในหลายประเทศสนใจเข้ามาลงทุนในไทยต่อเนื่อง ทั้งจากประเทศจีนที่สนใจใช้ไทยเป็นฐานผลิตหลักในสินค้ากลุ่มเครื่องจักรและสิ่งทอที่มีมูลค่าสูง ประเทศไต้หวัน และประเทศญี่ปุ่น
สำหรับการจัดงานแสดงเครื่องจักร เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ ด้านการผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มนานาชาติ (GFT2014) และงานแสดงสินค้าด้านวัสดุ อุปกรณ์เพื่อการตกแต่ง วัตถุดิบ (GMS2014) มีกำหนดจัดขึ้นวันที่ 26-29 มิ.ย.นี้ ที่ไบเทค บางนา โดยจะมีผู้ประกอบการในกลุ่มเครื่องจักรในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มรวม 250 แบรนด์ จาก 25 ประเทศ เข้ามาร่วมงาน รวมทั้งมีการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ครั้งแรกของอาเซียน
ผู้บริหาร รี้ด เทรดเด็กซ์ เชื่อว่า งานดังกล่าวจะมีการจับคู่ทางธุรกิจเกิดขึ้น คาดว่าจะมีการจับคู่ทางธุรกิจไม่ต่ำกว่า 300 คู่ มีผู้ประกอบการ นักธุรกิจ ในวงการสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจากอาเซียน รวมถึงหลายประเทศทั่วโลกร่วมงาน 1.65 หมื่นคน เพิ่มขึ้น 20% จากการจัดงานในครั้งก่อน โดยคาดว่างานนี้จะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เพราะนักลงทุนต่างชาติหลายประเทศคลายความกังวลจากเหตุการณ์รัฐประหาร ซึ่งเห็นได้ชัดจากการมีนักลงทุนรายใหม่เข้ามาร่วมงาน ขณะที่นักลงทุนในอินเดีย จีน และญี่ปุ่น มีจำนวนเพิ่มขึ้นและไม่ได้มีนักลงทุนรายใดแจ้งยกเลิกเข้าร่วมงาน







