posttoday
นักลงทุนเมินพันธบัตรไทย

นักลงทุนเมินพันธบัตรไทย

05 มิถุนายน 2557

เอดีบีอ้างเป็นเพราะผลตอบแทนลดลงยันดอกเบี้ยสูงหลังการเมืองนิ่งอนาคตดี

เอดีบีอ้างเป็นเพราะผลตอบแทนลดลงยันดอกเบี้ยสูงหลังการเมืองนิ่งอนาคตดี

เอดีบีระบุนักลงทุนเมินพันธบัตรไทย เหตุผลตอบแทนพันธบัตรลดค่าลงจากปัญหาการเมือง

นายอีวาน เจ อาซิส หัวหน้าสำนักงานการบูรณาการเศรษฐกิจระดับภูมิภาคของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยว่า ตลาดพันธบัตรเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกกลับมาขยายตัวอีกครั้ง ถึงแม้แนวโน้มตลาดพันธบัตรของไทยอาจต้านกระแสดังกล่าว เนื่องจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง พันธบัตรของไทยจึงยังไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากนัก แต่หากปัญหาการเมืองนิ่ง ผลตอบแทนพันธบัตรจึงอาจสูงขึ้น

เอดีบี ระบุว่า ตลาดพันธบัตรของไทยขยายตัว 1.2% ในไตรมาสแรกของปี 2557 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว (ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2556) และเพิ่มสูงขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2556) โดยมียอดพันธบัตรสกุลเงินบาทคงค้างมูลค่า 281 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นผลมาจากหุ้นกู้ภาคเอกชนขยายตัว 3.1% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส และขยายตัว 12.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยมีมูลค่า 64 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมามีการออกหุ้นกู้โดยธุรกิจค้าปลีกและบริษัทสื่อสารขนาดใหญ่ 5 ราย ได้แก่ ซีพี ออล ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ธนาคารเกียรตินาคิน ทรู คอร์ปอเรชั่น และโตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทย ในขณะเดียวกันพันธบัตรรัฐบาลของไทยขยายตัว 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว และขยายตัว 3.8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว อันเนื่องมาจากการซื้อขายพันธบัตรัฐบาลและตั๋วเงินคงคลัง โดยมีมูลค่า 217 พันล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ตลาดพันธบัตรในเอเชียยังคงเติบโตต่อไป โดยมียอดพันธบัตรคงค้างมูลค่า 7.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ใน 9 ประเทศเศรษฐกิจ ณ สิ้นเดือน มี.ค. โดยเพิ่มขึ้น 2.1% จากไตรมาสที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 9.5% จากปีที่แล้ว เวียดนามเป็นตลาดพันธบัตรที่เติบโตรวดเร็วที่สุดเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ในขณะที่ตลาดในอินโดนีเซียเติบโตเร็วที่สุด

ความต้องการพันธบัตรเงินสกุลท้องถิ่นของประเทศเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกจากทั้งในและต่างประเทศกำลังกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง และยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ภาวะตลาดพันธบัตรเอเชียจะดีขึ้นในช่วงที่ผ่านมา รายงานฉบับนี้กล่าวเตือนว่าตลาดอาจได้รับแรงกระทบจากการลดปริมาณคิวอีลงอย่างต่อเนื่องของสหรัฐ การที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงและการดำเนินการของธนาคารกลางสหภาพยุโรปในการรับมือกับแนวโน้มภาวะเงินฝืด เอเชียจะต้องดำเนินการด้านกฎระเบียบและดูแลระบบการเงินให้ดีกว่านี้ ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะบรรเทาความเสี่ยงเหล่านี้ได้

สำหรับประเทศเกิดใหม่ ได้แก่ จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนามโดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกจะยังเห็นพัฒนาการอย่างต่อเนื่องของตลาดพันธบัตร โดยจะเห็นได้จากการตัดสินใจของจีนเมื่อเร็วๆนี้ ในการออกขายพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 15 พันล้านหยวน ในฮ่องกง ซึ่งเป็นความพยายามส่วนหนึ่งในการทาให้หยวนกลายเป็นสกุลเงินระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ การอนุญาติให้เทศบาลจีนออกขายพันธบัตรจะยิ่งเป็นการเพิ่มตราสารทางการเงินแก่นักลงทุนมากขึ้น สาหรับการพัฒนาอื่นๆ ได้แก่ เกาหลียกเลิกอุปสรรคขั้นสุดท้ายในการออก covered bond สิงคโปร์เปิดศูนย์ชาระเงินสาหรับการซื้อขาย nondeliverable interest rate swaps และฮ่องกงยังคงเสริมสร้างความเข้าใจของพันธบัตร Sukuk อย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69