posttoday
Update

Update

04 มิถุนายน 2557

โดย...มิยาโตะ [email protected]

โดย...มิยาโตะ [email protected]

Sorbet Refreshment From Top to Toe

ซอร์เบท์ รีเฟรชเมนท์ ฟรอม ท็อป ทู โท ผลิตภัณฑ์ใหม่จาก เดอะบอดี้ ช็อป (The Body Shop) เจลซอร์เบท์บำรุงผิว เพื่อปลอบประโลมผิวกายจากอากาศร้อนและเพิ่มความรู้สึกสดชื่นตลอดวัน พร้อมการบำรุงตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยหลากกลิ่นผลไม้ เนื้อเจลเบาไม่ทำให้ผิวรู้สึกเหนอะหนะ มีให้เลือก 4 กลิ่น ได้แก่ Mango Satsuma Strawberry และ Moringa (ราคา 620 บาท)

เจลซอร์เบท์บำรุงผิวอุดมด้วยออร์แกนิกอโลเวร่า ที่ได้จากโครงการการค้าชุมชนประเทศกัวเตมาลา โดยอโลเวร่าจะช่วยปลอบประโลมผิวกายให้สดชื่น เนียนนุ่ม สู้กับอากาศร้อนนี้ โซย่าออยล์ ได้จากโครงการการค้าชุมชนประเทศบราซิล โดยปลูกและเก็บเกี่ยวด้วยกรรมวิธีออร์แกนิกที่ริมแม่น้ำ Gebana ประกอบด้วยกว่า 350 ครอบครัว ซึ่งส่วนมากเป็นชาวนา โซย่าออยล์มีคุณสมบัติเลื่องลือในการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก จึงเป็นหนึ่งในส่วนผสมตามธรรมชาติของผลิตภัณฑ์นี้

หาซื้อได้ที่ร้านเดอะบอดี้ ช็อป ทุกสาขา

New Collection from Pomellato

ปอเมลาโต (Pomellato) เกิดขึ้นจากความหลงใหลอย่างแรงกล้าในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ฝีมือการประดิษฐ์สไตล์มิลานที่ล้ำเลิศ ออกมาเป็นเครื่องประดับที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อัญมณี สี ทรง และฝีมือการประดิษฐ์ที่ไร้ที่ติ คอลเลกชั่นของปอเมลาโตทุกคอลเลกชั่นเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ที่ตื่นตาตื่นใจและนำร่องแบรนด์อื่นๆ อยู่เสมอ นับจากปี 1995 ที่จากความคิดแหวกแนว Dodo เป็นเครื่องประดับชุดแรกที่แต่ละชิ้นสื่อความหมายในตัวของมันเอง

สำหรับคอลเลกชั่นประจำปี 2014 ยังคงบ่งบอกถึงสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ คอลเลกชั่น Icon แสดงความคลาสสิกและความเจิดจรัส มาพร้อมกับรูปโฉมใหม่ของจิวเวลรี 3 คอลเลกชั่น ที่เรียกได้ว่ามีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุด ได้แก่ Nudo Sabbia และ Capri โดยนำร่องในเดือน มิ.ย.นี้ด้วย Nudo ซึ่งสื่อความหมายของคำว่า “พัฒนาการใน 2 ทิศทาง” จึงออกมาในรูปแบบการจับคู่อัญมณีสีสันและขนาดต่างๆ กัน ที่มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ Nudo Classic, Maxi, Petit และ Nudo with Diamonds

Nudo with Diamonds สมาชิกคนสำคัญใหม่ล่าสุด แสดงอณูแห่งความหรูหราของเพชรที่ประดับอยู่บนก้านแหวนไวท์โกลด์ ส่งให้แหวนเวอร์ชั่น Maxi รวมถึงบนตุ้มหูคู่เล็กดูล้ำค่าอย่างยิ่งจิวเวลรีคอลเลกชั่นนี้ยังมีให้เลือกเป็นแบบประดับโทปาซสีฟ้า อะเมทิสต์และเลมอนควอตซ์อีกด้วย

Nudo Petit เวอร์ชั่น “Petit” หรือ “เล็ก” อันแสนน่ารัก ที่ยังคงทุกรายละเอียดไว้เหมือนดีไซน์ดั้งเดิมไม่ผิดเพี้ยน นอกจากที่จะมีขนาดเล็กลง Nudo Petit โรสโกลด์และไวต์โกลด์นี้มีให้เลือก 5 แบบ ได้แก่ แบบประดับโทปาซสีฟ้า อะเมทิสต์ มาเดรา ควอตซ์ พราซิโอไลท์ (Prasiolite) และเลมอนควอตซ์

เลือกชมได้ที่ช็อป ปอเมลาโต ชั้น G เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่

A Conversation with Dr. Luis Filipe

นั่งทำงานในออฟฟิศทั้งวันแทบทุกวัน พอได้ข่าวว่า ดร.หลุยส์ ฟิลิป แพทย์แผนตะวันออก หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าเป็นหมอฝังเข็ม มาประจำอยู่ที่ ออร่า สปา สุขุมวิท 26 (โทร. 022597055) ถึงวันที่ 8 มิ.ย.นี้ เลยต้องรีบรุดไปปรึกษาพูดคุย (เรื่องราวของหมอ) และไถ่ถามเรื่องสุขภาพ (ของตัวเอง) เสียหน่อย

หมอหลุยส์เกิดที่ประเทศแองโกลาเมื่อปี 1957 จากบิดาและมารดาชาวโปรตุเกส เริ่มแรกได้สำเร็จการศึกษาทางการแพทย์แผนตะวันออก (Oriental Medicine) จากประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะศึกษาต่อปริญญาโทด้านแพทย์แผนจีนของ Academy of Traditional Chinese Medicine ในสหรัฐ หลังจากนั้น ดร.หลุยส์ ได้ทำงานหาประสบการณ์หลากหลายแห่งทั่วโลก โดยการรักษาผู้ป่วยด้วยการฝังเข็ม (Acupuncture) และแพทย์แผนจีน (TCM Therapies) อีกหลากหลายวิธีของแพทย์แผนตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นที่ฮุสตันและชิคาโกของสหรัฐ รวมทั้งกรุงริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ที่เขาได้ใช้ภาษาแม่อย่างภาษาโปรตุเกสในการทำงานในคลินิกญี่ปุ่นอยู่หลายปี เช่นเดียวกับในโปรตุเกสประเทศแม่ ที่เขาเปิดคลินิก 2 แห่ง ส่วนที่แองโกลา บ้านเกิด เขาเริ่มทำงานที่เฮลธ์คลับของโรงแรมทรอปิโค ด้วยการใช้แพทย์แผนจีนในการรักษำผู้ป่วย ก่อนเปิดคลินิกแพทย์แผนจีนในเมืองลูอันดา เมืองหลวงของแองโกลา

ดร.หลุยส์ เดินทางมายังประเทศไทยครั้งแรกในปี 1979 และหลงรักเสน่ห์ของบ้านเมือง จนเกิดเป็นฝันที่ต้องการจะเปิดสปาแพทย์แผนจีนในกรุงเทพฯ และรักษาผู้ป่วยด้วยกำรฝังเข็ม (Acupuncture) และอีกหลากหลายวิธี หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเดินทางมาประเทศไทยบ่อยครั้ง จนกระทั่งเดินทางมาเป็นประจำทุกปี เพื่อให้คำปรึกษาและรักษาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในประเทศไทย โดยเมื่อปีที่ผ่าน ดร.หลุยส์ ได้รักษำผู้ป่วยไปกว่า 80 ราย โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และวันที่ 22 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ เขาจะมาที่ BIVA (Bangkok International Vegetarian Alliance) ภายใต้หัวข้อการรักษำโรคเรื้อรังโดยใช้แพทย์แผนจีน

แพทย์แผนตะวันออกชาวโปรตุเกสบอกว่า สาเหตุที่เลือกเรียนแพทย์แผนตะวันออก แทนที่จะเป็นแผนปัจจุบัน เพราะเห็นว่าแพทย์ตะวันออกสามารถรักษาโรคได้จากต้นตอของปัญหา ขณะที่แพทย์แผนปัจจุบันเพียงระงับและซ่อนอาการของโรคเอาไว้เท่านั้น ไม่ได้รักษาจากต้นเหตุจริงๆ โดยข้อดีของการที่ศึกษามาทั้งแบบแผนญี่ปุ่นและแบบแผนจีน ก็คือ สามารถเลือกใช้วิธีที่จะช่วยให้การรักษาได้ผลไวกว่าก็จะเลือกแบบนั้น

ถามว่า ถ้าคนไข้มารับคำปรึกษา หมอจะดูอะไรบ้าง? ... ดร.หลุยส์ เฉลยว่า จะมีคำถาม อย่างเช่น อาศัยอยู่ในที่แบบไหน กินอาหารอะไรเป็นหลัก นอกจากการแมะและดูลักษณะของลิ้น

หมอหลุยส์บอกอีกว่า โรคทุกวันนี้ส่วนใหญ่เกิดจากสิ่งที่เรากินเข้าไปทั้งนั้น “ผมจะเอาอะไรเข้าปาก ผมจะนึกก่อนเลยว่าจะทำให้เกิดผลอะไรต่อร่างกายบ้าง สมัยแรกๆ ที่ผมมาเมืองไทยยังไม่มีคนเป็นโรคมะเร็ง โรคเบาหวานเยอะขนาดนี้ เพราะคนไทยกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ตอนนี้กลับไปกินจังก์ฟู้ดเหมือนชาวตะวันตก โรคก็เลยเพียบ คุณลองสังเกตสิ คนญี่ปุ่นเป็นมะเร็งเต้านมน้อยมาก เมื่อเทียบกับคนตะวันตก เพราะพวกเขาไม่มีนมเนยเป็นส่วนหนึ่งของเมนูอาหาร”

เอ้อ... งั้นขอปิดท้ายว่า ควรกินอะไรดี... “กินข้าวกล้อง กินผัก กินซีเรียลเท่านั้นแหละ”

ใครสนใจไปขอคำปรึกษาจากคุณหมอได้ที่ออร่า สปา ละกันนะ

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน