posttoday
ปฏิรูประเบียบเพื่อเร่งการส่งออก

ปฏิรูประเบียบเพื่อเร่งการส่งออก

04 มิถุนายน 2557

“กฎหมายนั้นเป็นบรรทัดฐานของบ้านเมือง เป็นสิ่งที่ช่วยให้คนรู้ถึงขอบเขตสิทธิของตน รู้ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้แต่กฎหมายนั้นก็ต้องมีการปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงด้วย”

“กฎหมายนั้นเป็นบรรทัดฐานของบ้านเมือง เป็นสิ่งที่ช่วยให้คนรู้ถึงขอบเขตสิทธิของตน รู้ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้แต่กฎหมายนั้นก็ต้องมีการปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงด้วย”

วันนี้ดิฉันขอเปิดเรื่องด้วยประโยคข้างต้น จากหนังสือปรัชญาเปลี่ยนความคิด ของ คุณภัทระ ฉลาดแพทย์ และคณะ เพื่อคุยต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว เรื่อง “การใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส”

ในขณะที่องค์กรภาคเอกชนทั้ง 7 องค์กร กำลังทำงานอย่างเข้มข้น เพื่อจัดทำรายละเอียดข้อเสนอแนะต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) น่าจะเป็นโอกาสดีในการทบทวนว่ามาตรการใดบ้างที่ยังเป็นอุปสรรคในการส่งออก

ตัวอย่างที่จะยกในวันนี้ คือ ระเบียบในการบริหารการนำเข้าและส่งออก เช่น รายการสินค้าในโควตาภาษีที่ไทยไปเจรจาไว้ในองค์การการค้าโลก (WTO) 23 รายการ ตั้งแต่ปี 2538 ในจำนวนนี้มีทั้งสินค้าที่อ่อนไหวจริงๆ เช่น ข้าว ข้าวโพด น้ำมันปาล์ม บางสินค้าเคยอ่อนไหวในอดีต แต่ปัจจุบันไม่อ่อนไหวอีกต่อไปแล้ว เช่น ลำไยแห้ง เพราะเราเป็นผู้ส่งออกเพียงรายเดียว และที่สำคัญมีบางรายการที่เป็นวัตถุดิบที่เรานำมาใช้ผลิตต่อเพื่อการส่งออก เช่น เมล็ดกาแฟ เมล็ดข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง

การนำเข้าสินค้าหลายรายการข้างต้นต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการที่รับผิดชอบกำกับดูแลสินค้านั้นๆ และมีการพิจารณาอนุมัติปริมาณเป็นรายปีในกรณีที่จะต้องนำเข้ามากกว่าโควตา บางครั้งจึงทำให้เกิดความไม่มั่นใจว่าจะได้รับอนุมัติพอเพียงหรือไม่ ทันเวลาหรือไม่ และบางครั้งก็นำไปสู่การวิ่งเต้นเพื่อให้ได้รับอนุมัติ

ดังนั้น น่าจะถึงเวลาแล้วค่ะที่เราต้องทบทวนกระบวนการในการพิจารณาให้เอื้อต่อการผลิตต่อความต้องการในการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการผลิตเพื่อส่งออกมากขึ้น และมีมาตรการระยะยาวในการพัฒนาการผลิต ให้สอดคล้องกับการนำเข้า

เพราะข้อเจรจาที่เราทำไว้นั้น ผ่านมาแล้วเกือบ 20 ปี

สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เราจำเป็นต้องนำเข้าเพื่อเป็นอาหารสัตว์ แต่การนำเข้าจากลาวซึ่งมีฤดูกาลผลิตเหมือนเรา ผลผลิตออกในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน จะมีวิธีบริหารการนำเข้าอย่างไรที่เป็นคุณต่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์ หรืออุตสาหกรรมปศุสัตว์เพื่อการส่งออก โดยไม่เป็นโทษต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดของเรา

เมล็ดกาแฟ ก็เป็นสินค้าอีกชนิดหนึ่งที่น่าจะปรับปรุงระเบียบการนำเข้า เพราะตลาดกาแฟในปัจจุบันขยายตัวขึ้นมากทั้งในและต่างประเทศ การผลิตกาแฟรสชาติต่างๆ จำเป็นต้องมีการนำเข้ากาแฟหลากหลายสายพันธุ์เพื่อมาผสมคลุกเคล้าให้ได้รสและกลิ่นที่ต้องการ อุตสาหกรรมในประเทศมีศักยภาพในการผลิตเพื่อส่งออกและรองรับตลาดในประเทศ แต่ถูกจำกัดด้วยปริมาณการนำเข้าและระเบียบในการบริหารการนำเข้า ทำให้ไม่สามารถนำเข้า (Sourcing) จากแหล่งต่างๆ ได้

เรากำลังก้าวเข้าสู่การเปิดตลาด AEC แม้ว่าภาษีของไทยได้ลดลงแล้วตามความตกลง แต่ระเบียบการนำเข้าหลายอย่างของเรายังขัดต่อความตกลงและเป็นอุปสรรคต่อการขยายอุตสาหกรรมและการส่งออกของตัวเอง จึงน่าจะใช้โอกาสนี้ปัดฝุ่นระเบียบการที่ล้าสมัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

ระเบียบเหล่านี้อาจจำเป็นในสมัยหนึ่ง แต่หากหมดความจำเป็นแล้วก็ควรได้รับการปรับปรุงและแก้ไข เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการผลิตและการส่งออกของประเทศต่อไป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ