
เสนอคสช.ลดLPGครัวเรือนอีก1.25บาท
กลุ่มปฏิรูปพลังงานไทยเสนอคสช.ลดราคาแอลพีจีภาคครัวเรือน 1.25 บาทต่อกิโลกรัม เท่าแอลพีจีภาคขนส่ง พร้อมขอภาคประชาชนมีส่วนร่วมในกพช.ที่จะเตรียมจะตั้งใหม่
กลุ่มปฏิรูปพลังงานไทยเสนอคสช.ลดราคาแอลพีจีภาคครัวเรือน 1.25 บาทต่อกิโลกรัม เท่าแอลพีจีภาคขนส่ง พร้อมขอภาคประชาชนมีส่วนร่วมในกพช.ที่จะเตรียมจะตั้งใหม่
น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตวุฒิสมาชิก กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่ากลุ่มจับตาปฏิรูปพลังงานไทย (จปพ.) ต้องการยื่นข้อเสนอเร่งด่วนต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยในเบื้องต้นต้องการให้ลดราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือนที่ปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 22.63 บาทต่อกิโลกรัม ให้มีราคาเท่ากับราคาแอลพีจีของภาคขนส่ง ที่มีราคา 21.38 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อแก้ปัญหาการใช้ข้ามประเภทระหว่าง 2 กลุ่ม โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการเข้มงวดในการลักลอบใช้แอลพีจีของภาคอุตสาหกรรมไม่ให้มีการใช้ผิดประเภทและการลักลอบการส่งออก
ขณะเดียวกันให้ยกเลิกมติคณะรัฐบาล (ครม.) สมัยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2551 ที่มีการจัดสรรก๊าซแอลพีจีที่ผลิตได้ในประเทศให้ภาคปิโตรเคมีใช้เป็นลำดับแรก โดยให้มีการจัดสรรใหม่ให้ก๊าซแอลพีจีที่ผลิตได้ภายในประเทศต้องจัดสรรให้ภาคครัวเรือนใช้ก่อนด้วยราคาตามต้นทุนที่แท้จริงบวกกำไรที่เหมาะสมเป็นธรรมต่อผู้ใช้และผู้ผลิตไม่ใช่องตามราคาตลาดโลก เมื่อเหลือจึงให้ภาคอื่นๆใช้ หากไม่พอให้ภาคอุตสาหกรรมทุกประเภทเป็นผู้รับภาระการนำเข้าเอง
ตลอดจนให้ยกเลิกโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปที่อิงราคาสมมติว่านำเข้าจากสิงคโปร์ โดยให้ยกเลิกการเก็บค่าพรีเมี่ยม เช่น ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าความสูญเสียระหว่างการขนส่ง จากประเทศสิงคโปร์มายังโรงกลั่นในประเทศไทย เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่มีจริง และให้รัฐบาลกำหนดราคาจำหน่ายเชื้อเพลิงสำเร็จรูปตามราคาส่งออกจากไทย ซึ่งกำหนดตามกลไกตลาดโลก
นอกจากนี้ ให้ปรับปรุงโครงสร้างของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ให้มีตัวแทนของภาคประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสมรวมถึงเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอข้อมูลและแสดงความคิดเห็นในการปกป้องผลประโยชน์ของตนเองโดยเท่าเทียบกันกับภาครัฐและภาคธุรกิจ
“เราไม่ได้เรียกร้องใช้ของราคาถูก แต่เราเรียกต้องราคาที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ซึ่งบริษัทปิโตรเคมีก็เป็นบริษัทเอกชนธรรมดาทั่วไป ก็ควรใช้ราคาแอลพีจีที่เท่ากับราคาแอลพีจีของภาคอุตสาหกรรม
นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ขณะนี้คสช.ชะลอการปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคครัวเรือน โดยไม่ได้ปรับโครงสร้างแอลพีจีทั้งระบบ ซึ่งจะทำให้เป็นกับดักให้กองทุนน้ำมันเชื้องเพลิงต้องรับภาระการนำเข้าแอลพีจีเพิ่มขึ้นเหมือนเดิม แต่หากมีการปรับโครงสร้างของแอลพีจีภาคปิโตรเคมีลงจะสามารถลดภาระการนำเข้าได้มาก
ขณะเดียวกัน ภาคประชาชนไม่ต้องการให้มีผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้นไม่ว่าจะในรูปแบบใด โดยทุกคนที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำนโยบายพลังงานไม่ควรรับผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น
สำหรับรายชื่อสมาชิกก่อตั้งกลุ่มจับตามการปฏิรูปพลังงานไทย (จปพ.) มีจำนวน 11 คน ประกอบด้วย นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด นายประสาท มีแต้ม นายไพบูลย์ ช่วงทอง นายศุภกิจ นันทะวรการ นายสันติสุข ไสภณสิริ มล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี น.ส.จริยา เสนพงศ์ นายธารา บัวคำศรี นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา น.ส.รสนา และน.ส.บุญยืน ศิริธรรม







