
แนะคสช.ตรวจสต๊อกหยุดส่งออกดันราคาข้าวขยับ
ทีดีอาร์ไอ คสช.ตรวจสต๊อกข้าวทั้งประเทศ ทำลายข้าวเน่า หยุดส่งออก ช่วยขยับราคาขึ้นมา
ทีดีอาร์ไอ คสช.ตรวจสต๊อกข้าวทั้งประเทศ ทำลายข้าวเน่า หยุดส่งออก ช่วยขยับราคาขึ้นมา
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า โจทย์ใหญ่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ ธ.ก.ส.จะต้องหาทางแก้ปัญหาคือ ข้าวนาปีที่ผลผลิตกำลังจะออกมากว่า 20 ล้านตัน โดยผลผลิตราว 80% จะออกมาในช่วงเดือน พ.ย.ธ.ค.นี้ ถ้าไม่มีมาตรการอะไรมาพยุงราคาอาจส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกร
นอกจากนี้ หากมีการเร่งระบายข้าวเก่าจะยิ่งทำให้ข้าวนาปีที่ออกมาราคาตก โดย คสช.ให้นโยบาย ธ.ก.ส.ในการดูแลเกษตรกรที่ปลูกข้าวว่า นโยบายจะต้องสอดคล้องให้กลไกตลาดทำงานได้เต็มที่ ไม่บิดเบือนราคา การทำโครงการจะต้องไม่เป็นภาระทางการคลัง จนสาธารณชนรับไม่ได้ และไม่ทำนโยบายประชานิยมเพิ่ม รวมถึงต้องเป็นนโยบายที่ก่อให้เกิดความยั่งยืน อยู่บนรากฐานให้ชาวนาอยู่ได้ด้วยตัวเอง
นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า หาก คสช.ต้องการจะยกระดับราคาข้าวในขณะนี้จะต้องประกาศให้ตลาดรับรู้ว่าจะหยุดขายข้าวส่งออกไปถึงสิ้นปีนี้ จากนั้นต้องตรวจเช็กสต๊อกข้าวทั้งหมดเพื่อทำบัญชีรวมทั้งประเทศใหม่ โดยจ้างบริษัทเซอร์เวเยอร์มืออาชีพมาตรวจสต๊อกและให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าคุมโกดังข้าวทุกแห่ง เพื่อให้ทราบว่าข้าวเก่าก่อนโครงการรับจำนำมีปริมาณเท่าไหร่ และข้าวในโครงการรับจำนำที่มี 16 ล้านตันนั้น เป็นข้าวเน่า ข้าวหาย และข้าวปกติ ปริมาณเท่าไหร่ จากนั้นก็ทำลายข้าวเน่าทั้งหมด
“หลังตรวจแล้วปริมาณสต๊อกข้าวที่แท้จริงในมือรัฐบาลหลังจากหักข้าวเน่าและข้าวหายแล้ว อาจเหลือเพียง 910 ล้านตันก็ได้ ถ้าทำได้เชื่อว่าราคาข้าวในตลาดจะปรับตัวสูงขึ้น โดยจำเป็นต้องรับจำนำข้าวหรือประกันราคาข้าวมาช่วยเหลือเกษตรกร” นายนิพนธ์ กล่าว







