posttoday
ปั้นโลจิสติกส์เชื่อมอาเซียนแนะปรับกฏหมาย-ผนึกต่างชาติ

ปั้นโลจิสติกส์เชื่อมอาเซียนแนะปรับกฏหมาย-ผนึกต่างชาติ

03 มิถุนายน 2557

หนึ่งในยุทธศาสตร์หลักที่ไทยต้องรีบทำเพื่อรับมือกับการเปิดประชาคมอาเซียน คือ การบริหารจัดการโลจิสติกส์

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

หนึ่งในยุทธศาสตร์หลักที่ไทยต้องรีบทำเพื่อรับมือกับการเปิดประชาคมอาเซียน คือ การบริหารจัดการโลจิสติกส์ เพราะเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจในยุคเปิดเสรี

ธนิต โสรัตน์ รองประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจมหภาค สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและเจ้าของธุรกิจโลจิสติกส์ วีเซิร์ฟ กรุ๊ป กล่าวถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ในอาเซียนว่า จะช่วยตอบโจทย์การเป็นตลาดเดียวและการมีฐานการผลิตร่วมกันของประเทศอาเซียนได้ชัดเจนที่สุด อย่างไรก็ตามการเปิดเสรีอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ด้านโลจิสติกส์เช่นกัน เนื่องจากอาจมีศักยภาพไม่เพียงพอที่แข่งขันกับบริษัทจากสิงคโปร์และมาเลเซีย

“หากจะเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค ไทยจะต้องพัฒนาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันและให้บริการข้ามแดนในประเทศ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานกับภาคเศรษฐกิจจริง ทั้งด้านการค้า การลงทุน และบริการ การพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านขนส่งและยกระดับด้านบริการ และการ บริหารจัดการกฎระเบียบที่เอื้อต่อการขนส่งทั้งในประเทศและข้ามแดนยังต่างประเทศให้ครอบคลุมมากที่สุด”

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธุรกิจภาคบริการโลจิสติกส์ของไทยยังมีจุดอ่อนอยู่หลายด้าน ที่ทำให้การเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของไทยกับเพื่อนบ้านอาเซียนใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ โดยปัจจัยที่เป็นปัญหามากที่สุด คือ ไม่มีกฎหมายควบคุมดูแลและขาดขีดความสามารถในการเชื่อมโยงการแข่งขันระดับภูมิภาค รวมทั้งผู้ประกอบการไทยยังไม่มีเครือข่ายในการขนส่งหลายรูปแบบที่เชื่อมโยงต่อกันเหมือนกับต่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อเสียเปรียบอีกเรื่องหนึ่งของธุรกิจบริการโลจิสติกส์ของไทย

ด้านมิติทางด้านกฎหมาย ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกอาเซียนได้ทำความตกลงที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าในประเทศอาเซียนหลายฉบับ อีกทั้งกฎหมายภายในประเทศก็มีที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์อยู่หลายฉบับ แต่เมื่อพิจารณาแล้วกลับพบว่ายังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

ขณะที่ด้านขีดความสามารถการแข่งขันนั้น ผู้ประกอบการไทยที่มีขีดความสามารถลงทุนในต่างประเทศต้องการให้ภาครัฐส่งเสริมให้มีการร่วมทุนกับผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ลาว และกัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐได้ดำเนินการช่วยเหลือนักธุรกิจในอุตสาหกรรมอื่นแล้ว แต่กลับให้ความสำคัญกับธุรกิจโลจิสติกส์น้อยมาก

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ของไทยยังมีปัญหาเรื่องขาดการสนับสนุนแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงิน รวมทั้งสถาบันการเงินของไทยยังมีความเข้าใจในธุรกิจโลจิสติกส์ค่อนข้างน้อยและธุรกิจนี้เป็นธุรกิจบริการหลักทรัพย์ที่ค้ำประกัน จึงมีความแตกต่างจากภาคอุตสาหกรรม แต่ภาคการเงินยังมองธุรกิจนี้เหมือนกับอุตสาหกรรม จึงเข้าถึงแหล่งทุนยาก

นอกจากนี้ แนวทางที่จะเดินไปสู่เป้าหมายดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมในการผลิตบุคลากรเพื่อรองรับการขยายตัวทางด้านโลจิสติกส์ เพราะถือว่าเป็นสาขาพิเศษที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาประเทศ และปัจจุบันพบว่ามีสถาบันการศึกษาของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้เริ่มเปิดการเรียนการสอนเกี่ยวกับการจัดการโลจิสติกส์อย่างแพร่หลายมากขึ้น

ช่องว่างเหล่านี้เป็นจุดบกพร่องที่ประเทศไทยควรรีบแก้ไข ซึ่งล้วนต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่เออีซีที่กำลังจะมาถึงในปลายปีหน้า

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ