
ทิพยฯคงเป้าเบี้ย2.8หมื่นล.
ติวเข้มตัวแทนหมื่นคนรุกรายย่อยโชว์กำไร400ล้านมั่นใจครึ่งปีหลังฟื้นตัว
ติวเข้มตัวแทนหมื่นคนรุกรายย่อยโชว์กำไร400ล้านมั่นใจครึ่งปีหลังฟื้นตัว
ทิพยประกันภัยยังคงเป้าหมายเบี้ยรับรวม 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% มั่นใจครึ่งปีหลังกำลังซื้อไหลกลับ
นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย หรือ TIP เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจผลการดำเนินงานจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 15% หรือ 2.8 หมื่นล้านบาท แม้ไตรมาสแรกอาจจะชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ แต่คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจน่าจะปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งบริษัทได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ทั้งนี้ บริษัทมีตัวแทนและนายหน้าประมาณ 1 หมื่นราย จากเดิม 200 ราย ซึ่งปีนี้บริษัทจึงจัดทำ ทิพย อะคาเดมี่ ทำเรื่องการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดลูกค้ารายย่อยมากขึ้น เพราะโครงการใหญ่ๆ และโครงการภาครัฐได้มีการชะลอตัว โดยจะใช้ความ ชำนาญเรื่องการประกันภัยเบ็ดเตล็ดเป็นตัวนำ อาศัยจุดแข็งของบริษัทด้านการประกันภัยทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งจะเห็นบริษัทในสื่อสิ่งพิมพ์มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รู้จักบริษัท โดยจะประชาสัมพันธ์เรื่องที่บริษัทเป็นผู้ดูแลโครงการใหญ่ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน จึงขอดูแลทรัพย์สินให้กับประชาชน เช่น ประกันอัคคีภัยบ้าน อยู่อาศัย ประกันภัยรถยนต์ และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จึงเป็นช่องว่างที่จะสามารถ ทำตลาดได้อีกมาก
สำหรับไตรมาสแรกของปี 2557 บริษัทมีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 400 ล้านบาท ลดลง 22.3% จากงวดเดียวกันของ ปีปีก่อน เนื่องจากกำไรจากการรับประกันภัยและกำไรจากการลงทุนลดลง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 4,924.4 ล้านบาท ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน
นายสมพร กล่าวว่า ปีนี้บริษัทยังมีสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์น้ำท่วมปลายปี 2554 เหลืออยู่ประมาณ 3,400 ล้านบาท คาดว่าจะจ่ายได้ทั้งหมดในปีนี้ ซึ่งจะไม่กระทบต่อผลประกอบการในปีนี้ เพราะได้มีการตั้งสำรองเงินส่วนนี้ไว้ ทั้งหมดแล้ว ที่ผ่านมาจ่ายไปแล้ว 80% หรือประมาณ 1.26 หมื่นล้านบาท จากยอดสินไหมรวม 1.6 หมื่นล้านบาท
ขณะที่การขยายการลงทุนไปต่างประเทศ ได้เริ่มที่ประเทศลาวกับพันธมิตรซึ่งบริษัทถือหุ้น 10% โดยได้รับใบอนุญาตในการทำธุรกิจแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาการร่วมลงทุน ส่วนที่ประเทศกัมพูชาอยู่ระหว่างการเจรจาในรายละเอียดกับรัฐบาลประเทศกัมพูชา ซึ่งทั้งสองประเทศมีแนวโน้มของการขยายตัวทางด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างรวดเร็ว







