posttoday

หลากเรื่องน่ารู้ก่อนดูเฟรนช์ โอเพน

23 พฤษภาคม 2553

หลากหลายเรื่องราวกับเฟรนช์ โอเพน

หลากหลายเรื่องราวกับเฟรนช์ โอเพน

โดย...ทีมข่าวกีฬา

23 พ.ค. - 6 มิ.ย. คือช่วงเวลาของศึกเทนนิสรายการแกรนด์ สแลมที่ 2 ของปี "เฟรนช์ โอเพน" จะระเบิดศึกขึ้นอีกครั้ง โดยจะลงดวลแร็กเก็ตกันที่โรลองด์ การ์รอส กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งหนนี้นับเป็นการแข่งขันครั้งที่ 109 เข้าไปแล้ว

ทั้งนี้ เกมกีฬาทุกรายการไม่ว่าจะเป็นกีฬาชนิดไหน คำถามที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงมากที่สุดก่อนเริ่มต้นการแข่งขัน คือ สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจบการแข่งขันนั่นคือ ใครจะเป็นแชมป์ ?

เต็ง 1 ในศึกดวลลูกสักหลาดหลายรายการ มักจะเป็นนักหวดที่ถูกยกให้เป็นมือวางอันดับ 1 ของรายการ แต่ไม่ใช่สำหรับศึกเฟรนช์ โอเพน 2010มือวางอันดับ 1 ในประเภทชายเดี่ยว เป็นของ “แชมป์เก่า” โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ส่วน ราฟาเอล นาดาล เป็นมือวาง 2 แต่บรรดาเกจิ รวมทั้งบริษัทรับพนันต่างพร้อมใจกันยกให้ นาดาล เป็นเต็งแชมป์ หลังเพิ่งกดแฮตทริกซิวแชมป์มาสเตอร์ 3 รายการซ้อนคือที่ มอนติ คาร์โล, โรม และ มาดริด รวมทั้งยังเชื่อมั่นในฉายา “ราชาคอร์ตดิน”

ส่วนประเภทหญิงเดี่ยว เซเรนา, วีนัส วิลเลียมส์ และ แคโรไลน์ วอซเนียกกี เป็นมือวาง 1-3 ตามลำดับ แต่นักหวดเต็งแชมป์กลับกลายเป็น จัสติน เอแน็ง มือวาง 23 นู่นสาวเบลเยียมมือ 19 โลก ถนัดเหลือเกินกับการเล่นบนคอร์ตดิน โดยเธอเป็นเจ้าของแชมป์เฟรนช์ โอเพน 4 สมัย คือปี 2002, 2005, 2006 และ 2007 ก่อนที่เธอจะแขวนแร็กเกตไป  ซึ่งไม่แน่เหมือนกันว่า หากเอแน็งยังเล่นอย่างต่อเนื่อง เธออาจจะยังครองความยิ่งใหญ่มาถึงตอนนี้ก็ได้

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจะการวิเคราะห์คาดเดาไปต่างๆนาๆว่าใครจะเป็นแชมป์แล้ว ยังมีข้อมูลและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยหลายอย่างที่น่าสนใจสำหรับศึกเฟรนช์ โอเพน ครั้งนี้ ส่วนจะเป็นอะไรบ้างนั้น ลองไปดูกันเลย

เอแน็งกับล็อกเกอร์นำโชค

หากจะบอกว่า โรลองด์ การ์รอส เป็นบ้านหลังที่ 2 ของเอแน็งก็ไม่ผิดนัก เอแน็งประสบความสำเร็จอย่างสูงที่สังเวียนคอร์ตแห่งนี้ตั้งแต่สมัยแข่งระดับเยาวชน แถมแฟนๆชาวเมืองน้ำหอมก็ให้การต้อนรับเธออย่างอบอุ่นเสมอมา ดังนั้นการคัมแบ็กกลับมาเยือนถิ่นเก่าอันคุ้นเคย จึงนำพาความปลาบปลื้มมาเยือนเอแน็งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ฉันยังจำได้เลยว่าเมื่อ 13 ปีที่แล้ว ฉันลงซ้อมอยู่ที่คอร์ต 1 และคว้าแชมป์เยาวชนได้ที่นี่ ดังนั้น ฉันจึงรู้สึกเหมือนที่นี่เป็นบ้านอีกหลังหนึ่ง เพราะแฟนๆชาวฝรั่งเศสให้การต้อนรับฉันอย่างสุดยอดทุกครั้ง”

นอกจากนี้ เรื่องสุดพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่โรลองด์ การ์รอสสำหรับเอแน็งก็คือ ตู้ล็อกเกอร์

“ฉันไปดูล็อกเกอร์ของตัวเองในห้องแต่งตัวที่ฉันเคยใช้ตอนคว้าแชมป์ครั้งที่แล้ว มันเป็นล็อกเกอร์ที่พิเศษกว่าปกติ เพราะมันเหมือนเป็นสิ่งนำโชคของฉัน”
แต่ว่าหายหน้าหายตา ห่างเหินไปจากล็อกเกอร์สุดรักไปตั้ง 3 ปี ความขลังของล็อกเกอร์จะยังมีเหลืออยู่รึป่าวก็ไม่รู้นะ

นาฬิกานาดาล

 

หลากเรื่องน่ารู้ก่อนดูเฟรนช์ โอเพน

ถ้าใครที่เป็นคอเทนนิส คงสังเกตได้ว่าหลายต่อหลายครั้ง เมื่อนักหวดดังๆ เช่น เฟเดอเรอร์, มาเรีย ชาราโพวา ฯลฯ ปราบคู่แข่งในนัดชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แล้วพอถึงเวลารับถ้วยแชมป์ ทันใดนั้นเองจะมีนาฬิกาข้อมือปรากฎขึ้นมาบนร่างกายของนักหวดผู้นั้นทันที ราวกับเสกขึ้นมา ปิ๊งงงง...

บริษัทผู้ผลิตนาฬิกาที่เป็นสปอนเซอร์ให้กับนักเทนนิสชื่อก้องโลกคงมีเงื่อนไขนัดแนะกับนักหวดไว้แล้วว่า ถ้าคุณได้แชมป์ รีบไปหยิบนาฬิกาของเรามาใส่ออกสื่อเลยนะ

แต่สำหรับ นาดาล ในศึกเฟรนช์ โอเพน 2010  ไม่ต้องรอว่าจะต้องชะแว้บไปหยิบนาฬิกามาใส่ในตอนซิวแชมป์ เพราะเขาเตรียมใส่นาฬิกาตั้งแต่ตอนแข่งในสนามเลยนี่แหละ ริชาร์ด มิลล์ แบรนด์นาฬิกาสุดไฮโซสัญชาติสวิส ตกลงเซ็นสัญญาให้ นาดาล เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ และเตรียมแจกนาฬิการุ่น อาร์
เอ็ม 027 ตูร์บิยอง สนนราคาเรือนละ 525,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 16.8 ล้านบาท (โอ้ววว...มายก็อด) ให้นาดาลใส่หวดออกสู่สายตา
สาธารณะชนในศึกเฟรนช์ โอเพนหนนี้

นาฬิกาเรือนนี้ผลิตออกมาจำนวนจำกัดเพียงแค่ 50 เรือนทั่วโลก ซึ่งนักหวดหนุ่มจากแดนกระทิงดุมีส่วนร่วมในการออกแบบด้วย และไม่ต้องกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อการแข่งขัน เพราะมีน้ำหนักเบาหวิวไม่ถึง 20 กรัม ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็เคยมีนักเทนนิสชื่อดังที่ใส่นาฬิกาขณะแข่งด้วยคือ เอแน็ง ที่ใส่โรเล็กซ์ลงหวด
ถ้าฟอร์มไม่ดีขึ้นมา อย่ามาโทษนาฬิกาก็แล้วกัน

ครั้งแรกของตำนานแร็กเก็ตหญิง

ศึกเฟรนช์ โอเพน มีการแข่งขันหลายประเภท  ได้แก่ ชาย-หญิงเดี่ยว ชาย-หญิงคู่ คู่ผสม เยาวชนชาย-หญิงเดี่ยว เยาวชนชาย-หญิงคู่ วีลแชร์ชาย-หญิงเดี่ยว วีลแชร์ชาย-หญิงคู่นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันที่เน้นสร้างสีสันมากกว่าจะมาแข่งกันแบบเอาเป็นเอาตาย นั่นคือการเชิญนักหวดระดับตำนานมาแข่งกัน ซึ่ง
ในศึกเฟรนช์ โอเพน 2010 เป็นครั้งแรกที่ เชิญแร็กเกตตำนานฝ่ายหญิงมาร่วมสนุกด้วยจากเดิมที่มีแต่นักหวดชายวัยดึกนักหวดสาวใหญ่ที่จะมาโชว์ลวดลายให้
แฟนๆหายคิดถึง นำทีมมาโดย “คุณป้ามหาภัย” มาร์ตินา นาฟราติโลวา

นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นที่คอแร็กเก็ตรุ่นเก๋ารู้จักกันดี เช่น คอนชิตา มาร์ติเนซ, แมรี โจเฟอร์นานเดซ, ยานา โนวอตนา เป็นต้น

ส่วนนักหวดรุ่นคุณลุง คุณน้าของฝ่ายชาย มีทั้ง ไมเคิล ชาง, อัลเบิร์ต คอสตา อดีตแชมป์เฟรนช์ โอเพนปี 1989 และ 2002 ตามลำดับ รวมทั้ง จอห์น แม็คเอนโร, แมตส์ วิลันเดอร์, กิเยร์โม วิลาส ฯ

มีการแข่งขันมากมายหลายประเภทเช่นนี้ ทำให้เงินรางวัลในศึกเฟรนช์ โอเพน 2010 รวมทั้งสิ้นสูงถึง 16,807400 ยูโร (ราว 672.3 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย โดยปีที่แล้วมีเงินรางวัลให้ชิงชัยรวม 16,150460 ยูโร (ราว 662.2 ล้านบาท)

แน่นอนว่าเงินรางวัลส่วนใหญ่จะอยู่ในประเภทชายเดี่ยว และหญิงเดี่ยว เอาแค่ได้ผ่านเข้ามาเล่นในรอบเมนดรอว์แล้วตกรอบแรก ก็ได้เงินรางวัลซะ 1.5 หมื่นยูโร (ราว 6.15 แสนบาท) ซึ่งถ้าทะลุไปคว้าแชมป์ได้ก็โกยเงินรางวัลกระเป๋าตุงถึง 1.12 ล้านยูโร (ราว 45.9 ล้านบาท)

แต่เงินแค่นี้ เอาไปซื้อนาฬิกานาดาลได้แค่ 2 เรือนกว่าๆ เองนะมือ 1 โลกชายที่อาจเปลี่ยนแปลงก่อนลงหวดเฟรนช์ โอเพน “แชมป์เก่า” เฟเดอเรอร์ ครองตำแหน่งมือ 1 โลกรวมแล้ว 284 สัปดาห์ จ่อเทียบ พีท แซมพราส ตำนานแร็กเก็ตแดนมะกันที่เป็นเจ้าของสถิติครองมากที่สุดรวม 286 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม หลังจบศึกแกรนด์ สแลมนี้ บัลลังก์แร็กเก็ตชายอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยมี นาดาล และ โนวัก ยอโควิช เป็น 2 นักหวดที่จ้องเขี่ยเฟดเอ็กซ์ตกกระป๋อง

เหตุการณ์มีสิทธิเกิดขึ้นได้ 3 กรณี

กรณีแรก เฟดเอ็กซ์จะการันตีมือ 1 โลกต่อไปแน่นอน หากเขาสามารถผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้เป็นอย่างน้อย แม้ว่า นาดาล จะคว้าแชมป์ได้ก็ตาม

กรณีที่ 2 นาดาลจะปาดหน้าแซงเฟเดอเรอร์ขึ้นมา หากเขาคว้าแชมป์ได้สำเร็จ และเฟดเอ็กซ์เก็บกลับบ้านก่อนถึงรอบตัดเชือก

กรณีที่ 3 ยอโควิชจะได้ลิ้มรสชาตการเป็นมือ 1 โลกครั้งแรกในชีวิต หากเขาผงาดคว้าแชมป์ และเฟดเอ็กซ์มาไม่ถึงรอบ 8 คนสุดท้าย

ระวังม้ามืด

 

หลากเรื่องน่ารู้ก่อนดูเฟรนช์ โอเพน โรบิน โซเดอร์ลิง

ปีที่แล้ว มือวาง 23 อย่าง โรบิน โซเดอร์ลิง ทะลุเข้าชิงชนะเลิศแบบไม่มีใครอยากจะเชื่อ โดยเฉพาะแมตช์ที่เขี่ย นาดาล ตกรอบ 4 ชนิดช็อกโลก ส่วนประเภทหญิงเดี่ยวก็มีเซอร์ไพรส์เล็กๆ เมื่อ สเวตลานา คุซเนตโซวา มือวาง 7 คว้าแชมป์ไปครองด้วยการไล่ทุบ ดินารา ซาฟินา มือ 1 โลกในขณะนั้น 6-4 6-2

สำหรับปีนี้ นักหวดที่ถูกชี้เป้าว่าอาจเป็นม้ามืดของฝ่ายชาย กูรูให้จับตาดู ดาบิด เฟร์เรร์ (สเปน) และ เออร์เนสต์ กัลบิส (ลัตเวีย) มือวาง 9 และ 23 ตามลำดับ
เฟร์เรร์โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในศึกมาสเตอร์ ซีรีย์ บนเคลย์คอร์ต 3 รายการหลังสุด โดยได้รองแชมป์ 1 รายการและเข้าถึงรอบตัดเชือก 2 รายการ ซึ่งเขาไม่แพ้ให้ใครเลย ยกเว้นนาดาลกับเฟเดอเรอร์เท่านั้น

ขณะที่ กัลบิส อาจจะไม่โดดเด่นเท่าเฟร์เรร์ แต่เจ้าหนุ่มวัย 21 ปีรายนี้ก็กำลังมาแรงเช่นกัน โดยเป็นคนแรกในปีนี้ที่ได้เซตจากนาดาลบนเคลย์คอร์ต ในรอบรองชนะเลิศโรม มาสเตอร์ ก่อนพ่ายไป 4-6, 6-3, 4-6 แถมคราวนี้ กัลบิส เป็นมือวาง 23 เหมือนกับ โซเดอร์ลิง เมื่อปีก่อน ไม่แน่ว่าอาจเดินตามรอยสร้างเซอร์ไพรส์เหมือนกันก็ได้ 

ขณะที่ฝ่ายหญิง นอกจากตัวเต็งอย่าง 2 พี่น้องวิลเลียมส์ เยเลนา แยนโควิช และ เอแน็ง แล้ว อราวาเน เรไซ มือวาง 15 ของรายการ เป็นนักหวดที่ต้องจับตามองไว้ให้ดีเฟรนช์เกิร์ลเชื้อสายอิหร่าน กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดีที่สุดของชีวิต โดยไต่ขึ้นมารั้งมือ 16 ของโลกอยู่ ณ เวลานี้ ยิ่งถ้าได้ดูฟอร์มของเธอในราย
การล่าสุด คู่แข่งทุกคนต้องหวั่นใจกันบ้างไม่มากก็น้อย เพราะ เรไซ ไล่หวดมือดังกระเจิดกระเจิงหมด ไม่ว่าจะเป็น  เอแน็ง, แยนโควิช หรือ วี
นัส วิลเลียมส์  ก่อนเถลิงบัลลังก์แชมป์ที่ศึกมาดริด มาสเตอร์ได้สำเร็จ

นอกจากนี้ เรไซ จะมีเสียงเชียร์ของแฟนเทนนิสเจ้าถิ่นคอยหนุนหลังอีกเพียบ ด้วยความหวังว่าเธอจะเป็นสาวเลือดน้ำหอมคนแรกในรอบ 10 ปีที่ซิวแชมป์หญิงเดี่ยว เฟรนช์ โอเพน หลังจาก แมรี เพียร์ซ ทำได้เมื่อปี 2000

แร็กเกตเดอะ ค็อป

แคโรไลน์ วอซเนียกกี นักหวดสาวมือ 3 โลกจากเดนมาร์ก เป็นอีกคนที่ถูกมองว่าอาจมีโอกาสสอดแทรกขึ้นมาในเฟรนช์ โอเพนครั้งนี้ แม้จะยังมีอาการเจ็บข้อเท้ารบกวนอยู่ก็ตาม

“มันไม่ใช่อาการเจ็บที่รุนแรง ฉันมั่นใจว่ามันจะหายทันลงแข่งเฟรนช์ โอเพน” นักหวดสาวเชื้อสายโปแลนด์วัย 19 ปี กล่าวแต่ที่น่าห่วงมากกว่าอาการเจ็บดังกล่าวคือ สมาธิของวอซเนียกกีที่อาจจะเตลิดไปบ้างบางขณะ เพราะเธอใจจดใจจ่อกับการเตรียมตัวบินลัดฟ้าไปดูเวิลด์คัพ 2010 รอบสุดท้าย ที่แอฟริกา
ใต้

นอกจากเดนมาร์กที่วอซเนียกกีต้องเชียร์อยู่แล้ว เธอยังปันใจไปให้กับทีมชาติสเปน เนื่องจากเธอเป็นสาวก “เดอะ ค็อป” แฟนบอลลิเวอร์พูล และมี
เฟอร์นานโด ตอร์เรส เป็นนักเตะสุดกรี๊ด

“ฉันจะต้องไปดูสเปนแข่งสักนัดอย่างแน่นอน ฉันชอบฟุตบอลของสเปนและก็สโมสรของอังกฤษบางทีมด้วย ดังนั้นฉันจะไม่พลาดตามไปเชียร์แน่ๆ”

หวดโรตีกับ 13 ปีที่รอคอย

สมเทพ เทพวรมัน กลายเป็นนักหวดจากอินเดียคนแรกในรอบ 13 ปีที่เข้าถึงรอบเมนดรอว์เฟรนช์ โอเพนได้สำเร็จ หลังจาก ลีนเดอร์ เพส เคยทำได้เมื่อปี 1997
นักหวดวัย 25 ปีมือ 109 ของโลก คว้าสิทธิเป็น 1 ใน 16 นักหวดจากรอบควอลิฟาย หลังไล่หวด “เจ้าถิ่น” เอเดรียน มานนาริโน 6-4, 6-1 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และเตรียมพบกับ มาร์โก ชูดิเนลลี (สวิตเซอร์แลนด์) ในเมนดรอว์รอบแรก

“ผมรู้สึกดีมาก แต่ผมรู้ว่าหน้าที่ของผมยังไม่เสร็จสิ้น ผมตั้งตารอที่จะได้เล่นในรอบเมนดรอว์ และหวังว่าจะเก็บชัยชนะให้ได้สักแมตช์ในการมาเล่นที่นี่” แร็กเก็ตจากแดนภารตะ กล่าว

ศึกนี้แทมมี่ไม่ปลื้ม

ปีที่แล้ว "น้องนก" นพวรรณ เลิศชีวกานต์ สร้างชื่อให้กับวงการแร็กเก็ตไทยด้วยการผนึกกำลังกับ เอเลนา บ็อกดาน (โรมาเนีย) คว้าแชมป์เยาวชนหญิงคู่ ส่วน "แทมมี" แทมมารีน ธนสุกาญจน์ ทำได้ดีที่สุดเพียงรอบสอง

มาในปีนี้ แทมมี เป็นนักหวดหนึ่งเดียวของไทยที่ได้ร่วมลงแข่ง แต่ก็ต้องเจองานหนักตั้งแต่รอบแรก เมื่อจับสลากมาจ๊ะเอ๋กับ ดาเนียลา ฮันตูโชวา มือ 24 โลกและมือวาง 23 ของรายการจากสโลวาเกีย

จากสถิติที่ผ่านมา ทั้งคู่เคยดวลกันมาแล้ว 4 ครั้ง ผลปรากฎว่า แทมมีแพ้ไปซะ 3 ชนะแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แถมผลงานของแทมมีในเฟรนช์ โอเพน ถือว่าไม่ดีเอาเสียเลย โดยสาวไทยวัย 32 ปีผ่านสังเวียนเฟรนช์ โอเพนมาทั้งสิ้น 13 ครั้ง ตกรอบแรกถึง 7 ครั้ง โดยผลงานที่ดีที่สุดคือการเข้าถึงรอบ 3 เมื่อปี 2002 ยิ่งถ้าเทียบในบรรดาแกรนด์ สแลมทั้ง 4 รายการ ศึกคอร์ตดินบนแดนน้ำหอมเป็นรายการที่แทมมีโชว์ฟอร์มแย่ที่สุด โดยมีสถิติชนะ-แพ้ 6-12 ขณะที่ ออสเตรเลียน โอเพน 15-14 ยูเอส โอเพน 9-12 และวิมเบิลดัน 27-13

แต่จะอย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าไทยไม่เชียร์ไทย แล้วใครจะมาเชียร์เรา...เอ้า แทมมี่ สู้สู้

ข่าวล่าสุด

สีหศักดิ์จี้อิสราเอลหยุดยิงตามดีลสหรัฐ-อิหร่าน หวังเคลียร์ฮอร์มุซสำเร็จ