posttoday
ดัชนีการผลิตหัวทิ่ม

ดัชนีการผลิตหัวทิ่ม

29 พฤษภาคม 2557

ภาครถยนต์เครื่องใช้ไฟฟ้าอาการหนักความเชื่อมั่นกำลังซื้อในประเทศกดดัน

ภาครถยนต์เครื่องใช้ไฟฟ้าอาการหนักความเชื่อมั่นกำลังซื้อในประเทศกดดัน

เศรษฐกิจอุตสาหกรรมทรุดหนัก ดัชนีการผลิตติดลบ 3.9% ยานยนต์เป๋หนัก เชื่อครึ่งปีหลังผงกหัว

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ดัชนีเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเดือน เม.ย. 2557 อยู่ที่ระดับ 36.36% ลดลงจากเดือน มี.ค. ที่ระดับ 45.45% แสดงให้เห็นการอยู่ในภาวะชะลอตัวของภาคอุตสาหกรรม

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจอุตสาหกรรมที่ 39.03 ถือเป็นระดับที่ต่ำกว่าระดับปกติ ดัชนีชี้นำอุตสาหกรรมที่ 98.52 บ่งบอกว่ามีทิศทางการหดตัวในอีก 13 เดือนข้างหน้า เนื่องจากเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงที่อยู่ในระดับสูง

นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน เม.ย. อยู่ที่ 156.63 ติดลบ 3.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และติดลบ 12.27% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยอุตสาหกรรมที่ส่งผลด้านลบหลักๆ คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอาหารทะเลกระป๋องและแช่แข็ง เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์

อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเป็นบวก ได้แก่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เลนส์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ ที่มีการใช้กำลังการผลิตดีขึ้น

นายสมชาย เชื่อว่า ผลผลิตอุตสาห กรรมในไตรมาส 2/2557 ในภาพรวมคงจะเป็นลบ เนื่องจากอยู่ในช่วงที่การบริโภคในประเทศไม่ดี ยอดขายสินค้าอุตสาหกรรมที่เน้นขายในประเทศติดลบไป 19% และคาดว่าจะเห็นผลผลิตอุตสาหกรรมเริ่มเป็นบวกได้ในครึ่งปีหลัง โดยต้องจับตาการส่งออกที่จะเป็นแรงผลักดันหลักและจะหนุนให้ผลผลิตทั้งปีเป็นบวกได้ เพราะการผลิตอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เพื่อส่งออก

ล่าสุด เดือน เม.ย.พบว่า ยอดขายสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวได้ 3.5% จึงคาดว่าจะดีขึ้นอีกในครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นฤดูกาลของการส่งออก ขณะที่เศรษฐกิจคู่ค้าก็อยู่ใน ทิศทางที่ดี โดย สศอ.ยังคงประมาณการการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมไว้ 5% และจีดีพีอุตสาหกรรมจะเติบโตขึ้น 22.5%

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. ว่า ติดลบ 3.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลดลงของการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วน เบียร์ ฮาร์ดดิสก์ ไดร์ฟ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเรือน อาหารทะเลกระป๋องและแช่แข็ง

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์ เดือนเม.ย. หดตัวลงเมื่อเปรียบเทียบจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นการลดลงจากตลาดในประเทศเป็นหลัก อันเนื่องมาจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ประกอบกับช่วงเดือนเม.ย. ของทุกปีโรงงานประกอบรถยนต์จะหยุดการผลิต เพราะมีเทศกาลวันหยุดหลายวัน ทำให้การผลิตรถยนต์มีจำนวน 1.46 แสนคัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 14.34%

ขณะที่ การจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ เดือนเม.ย. มีจำนวน 7.32 หมื่นคัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 33.26% ส่วนการส่งออกรถยนต์ 7.28 หมื่นคัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.74%

สศอ.ประเมินว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้การผลิตโดยรวมจะลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะมีการผลิตรถยนต์ประมาณ 2.32 ล้านคัน ลดลง 5.35% แบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายรถยนต์ในประเทศประมาณ 1.15 ล้านคัน ลดลง 13.16% และการผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์ประมาณ 1.17 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 4.06%

ขณะที่การผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.93% การผลิต การส่งออกอุตสาหกรรมอาหารในภาพรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.8% เนื่องจากการผลิตผลิตภัณฑ์ผักผลไม้และมันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้น แต่การผลิตสินค้าสำคัญส่วนใหญ่ประสบปัญหาวัตถุดิบได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการระบาดของโรค และจากสภาพความยืดเยื้อของความขัดแย้งทางการเมือง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อการบริโภคและการลงทุนในประเทศชะงักงัน

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว