
คอนโดส่วนต่อขยายแบริ่งยังมีช่องโต
ออริจิ้นฯ ชี้ทำเลแบริ่งสมุทรปราการมี 4,000 ยูนิตยังโตได้อีก หลังบูมด้วยแหล่งงานรถไฟฟ้าต่อขยาย
ออริจิ้นฯ ชี้ทำเลแบริ่งสมุทรปราการมี 4,000 ยูนิตยังโตได้อีก หลังบูมด้วยแหล่งงานรถไฟฟ้าต่อขยาย
นายพีระพงศ์ จรูญเอก กรรมการบริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่า จากการสำรวจคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายแบริ่งสมุทรปราการ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างยังมีอุปทานไม่มากนักประมาณ 3,000-4,000 ยูนิต และส่วนใหญ่จะเป็นโครงการของกลุ่มออริจิ้นฯ เอง
ทั้งนี้ การที่ยังไม่ค่อยมีโครงการคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้มากนัก คาดว่าเป็นเพราะผู้ประกอบการรายใหญ่ยังเน้นพัฒนาโครงการตามแนวรถไฟฟ้าที่เปิดใช้บริการแล้วในปัจจุบันเป็นหลัก โดยหากจะเป็นทำเลแบริ่งสมุทรปราการ ปัจจุบันโครงการคอนโดมิเนียมของรายใหญ่จะยังกระจุกตัวอยู่บริเวณสถานีแบริ่ง เช่น กลุ่มแอล.พี.เอ็น.ฯ กลุ่มแสนสิริ
ขณะที่ในสถานีแบริ่ง มีโครงการของกลุ่มออริจิ้นฯ มากถึง 8 โครงการ ปิดการขายแล้ว 6 โครงการ เหลือขายเพียง 2 โครงการ โดยบริษัทประเมินว่าศักยภาพของทำเลแบริ่งสมุทรปราการยังมีอีกมาก เพราะนอกจากจะมีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางของแหล่งผลิตใหญ่ของค่ายรถยนต์ เช่น ค่ายโตโยต้า ค่ายอีซูซุ ค่ายฮอนด้า ค่ายทาทา ค่ายฮีโน่ และยังมีโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ยักษ์ใหญ่อย่างซีเกทด้วย
สำหรับความต้องการที่อยู่อาศัยย่านนี้ ในปัจจุบันไม่ควรเกิน 1.5 ล้านบาทต่อยูนิต หรือมีอัตราการผ่อนกับสถาบันการเงินไม่เกิน 5,0001 หมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในข้อจำกัดในการพัฒนาโครงการของผู้ประกอบการรายอื่นๆ เพราะต้นทุนที่ดินย่านนี้ปรับขึ้นไปสูงแล้ว
“ราคาที่ดินย่านนี้ปรับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 12 แสนบาทต่อตร.ว. จากความคืบหน้าของรถไฟฟ้า แต่กำลังซื้อไม่ได้ขยับขึ้นเร็ว ซึ่งหากควบคุมต้นทุนได้ไม่ดี จะทำให้ราคาต่อห้องค่อนข้างสูง และขายยาก จึงอาจเป็นปัจจัยทำให้ย่านแบริ่งสมุทรปราการยังมีโครงการคอนโดมิเนียมไม่มาก” นายพีระพงศ์ กล่าว
นอกจากทำเลใกล้สถานีแบริ่งแล้วมีแนวโน้มว่า ทำเลที่มีความน่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ ทำเลใกล้สถานีสำโรง ทำเลใกล้สถานีปู่เจ้าสมิงพราย ทำเลใกล้สถานีสมุทรปราการ และทำเลใกล้สถานีเอราวัณ โดยล่าสุด บริษัทเปิดตัวโครงการ “ทรอปิคาน่า แอด บีทีเอส เอราวัณ” สูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร ขนาด 24-36 ตร.ม. รวม 363 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 1.28 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท
นายพีระพงศ์ กล่าวว่า ในปีนี้ หรือปีหน้ายังมีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ในย่านนี้อีกประมาณ 3 โครงการ ได้แก่ คอนโดมิเนียมย่านลาซาล ย่านสถานีสำโรง และย่านสถานีปู่เจ้าสมิงพรายโดยยังคงเน้นคอนโดมิเนียมจับกลุ่มคนอยู่จริง ราคาเริ่มต้นประมาณ 1 – 1.5 ล้านบาท
ด้านผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของปี 2557 มีรายได้กว่า 600 ล้านบาท เติบโต 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนทั้งปีตั้งไว้ 2,400 ล้านบาท โดยแม้ว่าบรรยากาศการซื้อขายในไตรมาสแรกและไตรมาสสองชะลอตัว แต่เชื่อว่าไตรมาสสามจะปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่มีคณะทำงานใหม่เข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งการเริ่มต้นด้วยการเร่งจ่ายเงินให้ชาวนา เป็นสิ่งที่ดีมาก จะทำให้กำลังซื้อของคนกลุ่มนี้กลับมา







