posttoday
"เอ็กซา ซีแลม" ธุรกิจฟันเทียมบุกอาเซียน

"เอ็กซา ซีแลม" ธุรกิจฟันเทียมบุกอาเซียน

28 พฤษภาคม 2557

ใครเลยจะคิดว่าธุรกิจทำฟันเทียม หรือที่เราเรียกว่า “ฟันปลอม” จะมีมูลค่าสูงถึง 1,000 ล้านบาท

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

ใครเลยจะคิดว่าธุรกิจทำฟันเทียม หรือที่เราเรียกว่า “ฟันปลอม” จะมีมูลค่าสูงถึง 1,000 ล้านบาท และสร้างรายได้ให้กับ บริษัท เอ็กซา ซีแลม ปีละกว่า 200 ล้านบาท จากคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการทำฟันเทียม จนเป็นผู้ชำนาญที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ

อนุชา มีเกียรติชัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซา ซีแลม กล่าวว่า ได้ก่อตั้งธุรกิจทำฟันเทียมมานาน 20 ปีแล้ว โดยได้รู้จักสถาบันวิจัยทันตกรรมในประเทศฝรั่งเศสที่จะลงทุนในไทยจึงร่วมมือกัน จากนักกฎหมายจึงกลายมาเป็นผู้บริหารธุรกิจ เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยเงินทุนส่วนตัว 8 แสนบาท มาจนถึงปัจจุบัน สร้างรายได้ให้แก่บริษัทปีละกว่า 200 ล้านบาท

“การทำธุรกิจฟันเทียม หรือฟันปลอม ให้เติบโตมาจนถึงปัจจุบันนั้น สิ่งสำคัญคือ ต้องมีความรู้ ทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม การมีเทคโนโลยีทันสมัย ให้บริการดีแก่ลูกค้าภายใต้แนวคิดทำงานใกล้ชิดกับลูกค้าและทันตแพทย์” อนุชา กล่าว

การผลิตฟันเทียมแต่ละชิ้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีส่วนผสมของงานฝีมือ (แฮนด์เมด) และเทคโนโลยีประกอบกัน เพื่อผลิตฟันออกมาให้ตรงกับลูกค้า ซึ่งฝีมือช่างไทยได้รับการยอมรับเรื่องความสวยงาม และความประณีต รวมทั้งมีการประกันคุณภาพสินค้า และมีแล็บทันตกรรมที่มีนวัตกรรมก้าวหน้า มีทีมช่างทันตกรรมความสามารถสูง

เอ็กซา ซีแลม เป็นหนึ่งในธุรกิจเอสเอ็มอี ที่มีขนาดใหญ่และแข็งแกร่งได้ ต้องมุ่งทำธุรกิจด้วยความโปร่งใสมากสุด ทำให้บริษัทได้รับ รางวัล “Bai Po Business Award by Sasin” ครั้งที่ 9 จัดโดย สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทมีความโดดเด่นใน 3 มิติ ได้แก่ มิติการมีคุณภาพสูง มิติการสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ และมิติความเป็นผู้นำของผู้บริหารกิจการและการสร้างทีม

หัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทเติบโตได้ดี คือ การให้ความสำคัญกับพนักงาน และการสร้างช่างทันตกรรม ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของบริษัท โดยจัดตั้ง “โรงเรียนช่างทันตกรรมของตัวเอง” ขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ เนื่องจากประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยที่ผลิตช่างทันตกรรมเพียง 1 แห่ง ผลิตได้ปีละ 10-20 คน ถือว่ามีจำนวนน้อยไม่เพียงกับความต้องการ โรงเรียนดังกล่าวบริษัท จัดตั้ง เพื่อสร้างช่างทันตกรรมเอง และให้มีบุคลากรรองรับการขยายธุรกิจ กลายเป็นจุดแข็งของบริษัท ที่มีช่างทันตกรรมมากสุดในอาเซียน รวมแล้วมีช่าง 400 คน ผลิตฟันเทียมได้กว่า 3 แสนชิ้นต่อปีทีมช่างทันตกรรมอย่างสูงสุด ภายใต้แนวคิดมุ่งดูแลพนักงานและผู้ถือหุ้น ให้ดีอย่างสมดุล เพื่อให้ทั้งบริษัทและพนักงานเติบโตด้วยกัน ซึ่งที่ผ่านมาพนักงานจึงขอเปลี่ยนงานน้อย รวมทั้งบริษัทมุ่งรักษาเทคโนโลยีการผลิตที่ดี และศึกษาเทคโนโลยีใหม่ เพื่อให้สามารถพัฒนาสินค้าตรงกับตลาดและลูกค้า จากปัจจุบันมีการผลิตฟันเทียมต่อปีกว่า 300,000 ชิ้น

ทั้งนี้การสร้างช่างทันตกรรม ถือเป็นนโยบายสำคัญของบริษัท เนื่องจากประเทศไทยมีมหาวิทยาลัย ที่ผลิตช่างทันตกรรมเพียง 1 แห่ง ผลิตได้ปีละ 10-20 คน ถือว่ามีจำนวนน้อยไม่เพียงกับความต้องการ ทำให้บริษัท จัดตั้ง “โรงเรียนช่างทันตกรรมของตัวเอง” ขึ้นใน จ.เชียงใหม่ เพื่อสร้างช่างทันตกรรมเอง และให้มีบุคลากรรองรับการขยายธุรกิจ และกลายเป็นจุดแข็งของบริษัท ที่มีช่างทันตกรรมมากสุดในอาเซียน รวมแล้วมีช่าง 400 คน

ปัจจุบันตลาดฟันเทียมในไทยมีมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท มีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะความต้องการของประชาชนมีสูงขึ้น ซึ่งจากการสำรวจ พบว่า คนทำงานอายุ 22 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนประมาณ 80% ที่จะมีปัญหาการสูญเสียฟันและจะต้องทำฟันเทียม นอกจากนี้ ขณะที่ทันตแพทย์ในไทย ที่มีจำนวน 12,500 คนนั้น พบว่า ทันตแพทย์ 1 คน จะต้องดูแลประชาชนในจำนวน 5,000 คน ความต้องการทางทันตกรรมของไทยจึงมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่องฟันเทียม ได้กลายเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมด้านความงามของประชาชนไปแล้ว

สำหรับแผนขยายสาขาในประเทศปีนี้ บริษัทมีแผนเปิดหน่วยผลิตฟันเทียม แห่งใหม่ 5 แห่ง รองรับการขยายตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น ใช้งบลงทุนต่อสาขาประมาณ 2 ล้านบาท ซึ่งแต่ละสาขามีช่างทันตกรรมประมาณ 10 คน

อนุชา กล่าวว่า ได้ตั้งเป้าหมายจะขยายธุรกิจออกไปในอาเซียน เริ่มที่มาเลเซีย จะเข้าไปเปิดหน่วยผลิตฟันเทียมในเดือน มิ.ย.นี้ ใช้งบลงทุนประมาณ 2-3 ล้านบาท ถือเป็นสาขาแรกในต่างประเทศ จะมีทีมช่างทันตกรรมประมาณ 10 คน ซึ่งตลาดมาเลเซียมีความน่าสนใจจากจำนวนประชากรมากกว่า 60 ล้านคน และสามารถใช้เป็นฐานส่งออกไปยังประเทศสิงคโปร์ต่อไป

ประเทศต่อไปคือ “พม่า” ที่จะเข้าไปเปิดหน่วยผลิตฟันเทียมเช่นเดียวกัน ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาตกลงรายละเอียดทั้งหมด โดยจะเปิดในเมืองย่างกุ้ง เนื่องจากประเทศพม่า ยังไม่มีรูปแบบผลิตฟันปลอมเหมือนกับไทย บริษัท และเทคโนโลยีการผลิตของ เอ็กซา ซีแลม มีความทันสมัย คาดว่าจะเปิดได้ในปีนี้หรือต้นปี 2558 ทั้งนี้ พม่าถือว่ามีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าประเทศไทย ดังนั้น มีแนวคิดจะใช้เป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกไปในอาเซียนและยุโรปได้ และภายใน 35 ปีข้างหน้าจะขยายหน่วยผลิตฟันเทียมไปใน กัมพูชา และลาว ต่อไป

ทั้งนี้ บริษัท มั่นใจว่า จากการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้ ในปีนี้ บริษัทมีรายได้ 300 ล้านบาท เติบโต 15-20% จากปีก่อน ไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมืองแต่อย่างใด โดยสัดส่วนลูกค้ามาจากต่างประเทศ 50% และในประเทศ 50%

“อนุชา” กล่าวทิ้งท้ายว่า การมาจนถึงวันนี้ได้ เพราะพยายามมุ่งมั่นจนถึงที่สุด ต้องสร้างโอกาสขึ้นมาเอง ทำงานให้เหนื่อยมากกว่าคนอื่น และต้องทำธุรกิจด้วยความโปร่งใส ทั้งหมดคือ เคล็ดลับความสำเร็จที่เอสเอ็มอีทุกรายสามารถทำได้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ