posttoday
คลื่นความถี่กระจุกตัว

คลื่นความถี่กระจุกตัว

28 พฤษภาคม 2557

เมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย. และกลางเดือน พ.ค. 2557 ที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้พยายามผลักดันให้เกิดการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz เพื่อนำไปใช้กับเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมแบบ 4G โดยให้ความเห็นชอบต่อร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ทั้งในย่าน 1800 และ 900 MHz แล้ว และเตรียมนำร่างประกาศ กสทช.ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ

เมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย. และกลางเดือน พ.ค. 2557 ที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้พยายามผลักดันให้เกิดการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz เพื่อนำไปใช้กับเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมแบบ 4G โดยให้ความเห็นชอบต่อร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ทั้งในย่าน 1800 และ 900 MHz แล้ว และเตรียมนำร่างประกาศ กสทช.ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ

แต่อย่างไรก็ตาม มีคณะกรรมการ กสทช. เสียงข้างน้อย 2 ท่าน ได้ยื่นข้อสงวนในร่างประกาศ กสทช.ฉบับนี้ เพราะเห็นว่าไม่มีข้อกำหนดเรื่องการจำกัดการถือครองคลื่นความถี่ของผู้เข้าประมูล (Spectrum Cap) ซึ่งอาจนำไปสู่การครอบครองคลื่นความถี่ในลักษณะกินรวบ และส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมได้

แม้ในภาพรวมของร่างประกาศ กสทช.ทั้ง 2 ฉบับ จะดูเหมือนกฎเกณฑ์ทั่วไปที่เกี่ยวกับการประมูล

แต่เมื่อพิจารณาให้ละเอียดจะพบว่า ยังมีช่องโหว่ที่สำคัญนั่นคือ ร่างประกาศ กสทช.ทั้ง 2 ฉบับ อาจเป็นช่องทางให้ผู้เข้าประมูลที่มีความได้เปรียบในทางการเงินมากกว่ารายอื่น สามารถครอบครองคลื่นความถี่จากการประมูลได้เป็นจำนวนมาก หรือครอบครองในลักษณะกินรวบได้ จากกรณีที่อาจมีผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz เพียงรายเดียวได้รับใบอนุญาตแล้ว 1 ใบ ยังได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz อีกทั้ง 2 ใบ รวมเป็น 3 ใบ ในเวลาเดียวกัน

เมื่อพิจารณาประกาศ กสทช. เรื่องการประมูลทั้งคลื่น 1800 MHz และคลื่น 900 MHz จะพบว่าไม่มีการกำหนดปริมาณการถือครองคลื่นความถี่ภายหลังจากที่ประมูลแล้ว ซึ่งแตกต่างจากประกาศ กสทช. เรื่องการประมูลคลื่น 2100 MHz ที่มีการกำหนดให้ผู้เข้าประมูลหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ของผู้เข้าประมูลถือครองคลื่นความถี่ที่มีอยู่ก่อนประมูลและภายหลังประมูลแล้วได้ไม่เกินจำนวนที่ประกาศ กสทช.กำหนดไว้ ทำให้ในขณะนั้นบริษัท ทีโอที ซึ่งเป็นผู้ที่สนใจเข้าประมูลรายหนึ่ง ไม่สามารถเข้าประมูลได้ เนื่องจากเป็นผู้ครอบครองคลื่นความถี่ 2100 MHz อยู่ก่อนแล้ว จำนวน 15 MHz ตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่ประกาศ กสทช. กำหนดไว้

ในขณะที่ร่างประกาศ กสทช. เรื่องการประมูลคลื่น 1800 MHz ไม่มีข้อจำกัดการถือครองคลื่นภายหลังการประมูลแล้ว ย่อมทำให้ผู้เข้าประมูลหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ของผู้เข้าประมูล สามารถถือครองคลื่นความถี่ได้อย่างไม่จำกัด

ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ปัจจุบันผู้ให้บริการรายใหญ่ซึ่งถือครองคลื่น 1800 MHz อยู่แล้ว 50 MHz หากสามารถประมูลคลื่น 1800 MHz ได้ครั้งนี้ได้อีก 1 ใบอนุญาต จำนวน 12.5 MHz ย่อมทำให้ผู้ให้บริการรายดังกล่าว จะมีจำนวนคลื่น 1800 MHz อยู่ในครอบครองถึง 62.5 MHz

หรือเมื่อผู้ให้บริการรายใดที่ประมูลคลื่น 1800 MHz ได้แล้ว และเข้าประมูลคลื่น 900 MHz อีก ก็อาจทำให้ผู้เข้าประมูลถือครองคลื่นความถี่ไว้เป็นจำนวน 70% ของคลื่นความถี่ทั้งหมดที่นำมาประมูลได้

ในเรื่องการจัดประมูลคลื่นความถี่นี้ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecom Union หรือ ITU) ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ กทค. ให้ทำการศึกษาและนำเสนอทางเลือกเชิงนโยบายต่อคณะกรรมการ กสทช. แต่กลับไม่ได้แนะนำ กสทช.ให้กำหนดเรื่องการจำกัดการถือครองคลื่นความถี่ของผู้เข้าประมูล (Spectrum Cap) เพื่อป้องกันการกินรวบและผูกขาดคลื่นความถี่

ทั้งๆ ที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้ อีกทั้งถือเป็นมาตรฐานสากลที่ปฏิบัติกันมาโดยตลอด

แม้การประมูลคลื่น 1800 MHz และ 900 MHz ที่กำลังเกิดขึ้นในปี 2557 ดูจะเป็นการพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยแต่หาก กสทช.ไม่ให้ความสำคัญในสิ่งที่เป็นหัวใจ อย่างเรื่อง Spectrum Cap นี้แล้ว ก็อาจทำให้เกิดการผูกขาดในกิจการโทรคมนาคมไทยขึ้นได้

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69