
ทริสชี้รัฐประหารกระทบผลงานบจ.ระยะสั้น
ทริส ชี้รัฐประหารกระทบผลประกอบการธุรกิจระยะสั้น ท่องเที่ยวและสายการบินจะได้รับผลกระทบมากที่สุด
ทริส ชี้รัฐประหารกระทบผลประกอบการธุรกิจระยะสั้น ท่องเที่ยวและสายการบินจะได้รับผลกระทบมากที่สุด
ทริสเรทติ้ง ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า การรัฐประหารในประเทศไทยที่เกิดขึ้น น่าจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของธุรกิจต่างๆ ในระยะสั้น และแม้การรัฐประหารจะส่งผลกระทบในด้านลบต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ในระยะยาวอาจส่งผลดี หากการรัฐประหารสามารถยุติความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานานลงได้
ทั้งนี้ ความวุ่นวายทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานาน ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ โดยธุรกิจทุกประเภทมีผลการดำเนินงานที่ค่อยๆ ถดถอยลงตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง การจัดหางบประมาณภาครัฐล่าช้า โดยงบประมาณส่วนใหญ่เป็นงบประมาณสำหรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของทริสเรทติ้งคาดว่าธุรกิจท่องเที่ยวและสายการบินจะได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่ธุรกิจดังกล่าวคาดว่าจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วจากความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้บริการของสายการบินต้นทุนต่ำ
ขณะที่ธุรกิจบางประเภทอาจจะไม่ได้รับผลกระทบในทันที แต่ก็น่าจะได้รับผลกระทบในไม่ช้า โดยคาดว่าธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง น่าจะได้รับผลกระทบในระยะปานกลาง ทั้งนี้ เนื่องจาก ณ สิ้นปี 2556 บริษัทหลายแห่งในธุรกิจเหล่านี้มียอดขายที่รอการรับรู้รายได้ค่อนข้างมาก
ดังนั้น ผลกระทบด้านลบอาจจะเห็นชัดเจนมากขึ้นในปี 2558 เมื่อยอดขายสะสมล่วงหน้าดังกล่าวมีการทยอยรับรู้รายได้และค่อยๆ หมดไป
ภาคธนาคารคาดว่าจะเห็นสัดส่วนของสินเชื่อด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้น ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2557 สัดส่วนของสินเชื่อด้อยคุณภาพเทียบกับสินเชื่อทั้งหมดของธนาคาร 11 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.02% จาก 2.88% ณ สิ้นปี 2556
อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งคาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยน่าจะช้ากว่าช่วงหลังการรัฐประหารเมื่อปี 2549 ทั้งนี้เนื่องจากภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงกว่าในอดีตค่อนข้างมาก โดยสัดส่วนหนี้ภาคครัวเรือนเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ณ สิ้นปี 2556 สูงถึง 82.3% จากที่ระดับ 47.6% ในปี 2549
นอกจากนี้ การจัดทำงบประมาณภาครัฐก็มีความล่าช้ากว่ามาก จากการที่ประเทศไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มบริหารงานมาเป็นเวลานาน รวมถึงการส่งออกที่มีแนวโน้มจะเติบโตในอัตราที่น้อยกว่าในช่วงปี 2549 โดยมูลค่าการส่งออกในไตรมาสแรกของปี 2557 หดตัวลง 0.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คาดว่าการส่งออกในปีนี้น่าจะเติบโตเพียง 3.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ในปี 2549 การส่งออกเติบโตถึง 17%







