posttoday
สบช่องคสช.อัดจีดีพีธุรกิจลุ้นไตรมาส 3 ส่อฟื้น

สบช่องคสช.อัดจีดีพีธุรกิจลุ้นไตรมาส 3 ส่อฟื้น

28 พฤษภาคม 2557

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะเปิดแผนงานสัปดาห์หน้า ในส่วนของนโยบายเร่งด่วน ซึ่งเห็นเป็นรูปธรรมแล้ว คือการอัดฉีด ใช้หนี้เงินค่าจำนำข้าว 9.2 หมื่นล้านบาท ให้ชาวนากว่า 8 แสนราย ภายใน 20 วัน และการใช้จ่ายภาครัฐ โครงการรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง 1.1 แสนล้านบาท โครงการน้ำ 6 หมื่นล้านบาท ที่จะเดินหน้าแน่ จากการอัดฉีดกำลังซื้อชาวนากว่า 9 หมื่นล้านบาท ที่จะหมุนไป 45 รอบ กับการใช้จ่ายภาครัฐเกือบ 2 แสนล้านบาท นับเป็นโอกาสของธุรกิจ ให้ผ่าทางตัน

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะเปิดแผนงานสัปดาห์หน้า ในส่วนของนโยบายเร่งด่วน ซึ่งเห็นเป็นรูปธรรมแล้ว คือการอัดฉีด ใช้หนี้เงินค่าจำนำข้าว 9.2 หมื่นล้านบาท ให้ชาวนากว่า 8 แสนราย ภายใน 20 วัน และการใช้จ่ายภาครัฐ โครงการรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง 1.1 แสนล้านบาท โครงการน้ำ 6 หมื่นล้านบาท ที่จะเดินหน้าแน่ จากการอัดฉีดกำลังซื้อชาวนากว่า 9 หมื่นล้านบาท ที่จะหมุนไป 45 รอบ กับการใช้จ่ายภาครัฐเกือบ 2 แสนล้านบาท นับเป็นโอกาสของธุรกิจ ให้ผ่าทางตัน

พิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระแก่ชาวนาในโครงการจำนำข้าว 1 แสนล้านบาท จะทำให้กลุ่มรากหญ้ามีกำลังการซื้อดีขึ้น เงินสะพัดสู่ระบบร่วม 45 แสนล้านบาท โดยตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนภาคการเกษตรจะได้รับอานิสงส์จากกำลังซื้อชาวนา

สำหรับเงินที่ได้มาในครั้งนี้ ชาวนาจะนำเงินออกมาซื้อสินค้าของกินของใช้และสิ่งจำเป็นมากกว่าจะนำเงินไปซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างเสื้อผ้าและเครื่องสำอาง ส่วนการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น อย่างระบบรถไฟทางคู่ และรถไฟฟ้าสายต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล อย่างน้อยต้องใช้ระยะเวลา 3-6 เดือน ถึงจะเอื้อให้กับธุรกิจ ที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ อสังหาริมทรัพย์

“กำลังการซื้อของกลุ่มชนชั้นกลางจะฟื้นกลับมาเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความมั่นใจเสถียรภาพการเมืองไทย การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังการซื้ออยู่แล้ว เพียงแต่จะมีพฤติกรรมการระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่มีความมั่นคงให้กับชีวิตและความเป็นอยู่” พิพัฒ กล่าว

วิทวัส ชัยปาณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคเอทีฟจูชจีวัน และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ต้องขอชมกับนโยบายเร่งด่วนที่ คสช.ประกาศออกมา เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนรอคอย เนื่องจากนโยบาย ที่ประกาศออกมาคนส่วนใหญ่เห็นว่าถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องรถไฟที่จะเปลี่ยนให้เป็นทางคู่และเปิดให้ต่างประเทศเข้ามาสัมปทาน เพื่อจะได้ไม่ต้องกู้เงินมากถึง 2 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ ต้องขอชมผู้ที่เป็นที่ปรึกษาว่ามีแนวคิดที่ดี เพราะหากทุกอย่างดำเนินไปตามแผนตามกรอบเวลาที่กำหนดออกมาชัดเจน เชื่อว่าความเชื่อมั่นของต่างชาติน่าจะกลับมาในเร็ววันนี้ หลังจากที่ตอนนี้คนในประเทศเริ่มมีความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นคนกรุงเทพฯ หรือคนต่างจังหวัด โดยเฉพาะชาวนา ซึ่งจะได้รับเงินตามที่เรียกร้องภายในสิ้นเดือนนี้

อธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า คสช.จ่ายเงินจำนำข้าวกับเกษตรกรจะทำให้สภาพคล่องดีขึ้น กำลังซื้อของผู้บริโภคที่เป็นชาวนาเพิ่มสูงขึ้น และจะทำให้ตลาดสินค้าอุปโภคคึกคักขึ้น เพราะเป็นสินค้าที่จำเป็นในการยังชีพ รองลงมาเป็นสินค้าประเภทสินค้าจำเป็นอย่างเช่นมอเตอร์ไซค์ ซึ่งจะส่งผลดีทางอ้อมกับกลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ตาม หากสร้างความมั่นใจทางเศรษฐกิจให้ฟื้นกลับคืนมาได้เร็ว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็จะฟื้นตัวได้เร็ว เช่นกัน โดยในช่วงนี้ก็เป็นเวลาที่เหมาะกับการแก้กฎหมายบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กระทบกับการดำเนินงานของผู้ประกอบการชะงัก เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขอรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ หรือกฎหมายที่ให้ต่างชาติสามารถเช่าที่ดินได้นานกว่า30 ปีเนื่องจากเป็นเรื่องที่ผลักดันกันมานานแต่ไม่สามารถแก้ไขได้ ควรจะผลักดันให้แก้ไขได้ในช่วงเวลานี้ นอกจากนี้จากควรจะมีการขยายระยะเวลาการประกาศเคอร์ฟิวส์ออกไป จากเดิมที่กำหนดไว้ในเวลา 22.0005.00 น. ขณะเดียวกันต้องพิจารณาจากบางทำเลที่เหมาะสมว่าควร ประกาศยกเลิกอย่างเช่น เกาะสมุย ภูเก็ต เนื่องจากกระทบกับภาค ธุรกิจท่องเที่ยว

กฤช หิรัญกิจ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัด นครราชสีมา กล่าวว่า การจ่ายเงินจำนำข้าวของ คสช. ที่เร่งเป็นอันดับต้นๆ ถือเป็นสิ่งดีมาก เพราะเป็นเงินหวนสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นในต่างจังหวัดอีกครั้ง ซึ่งกำลังซื้อจะฟื้นตัวดีขึ้น

ขณะที่โครงการรถไฟทางคู่ถือว่าดีมาก หากเร่งผลักดันให้เห็นเป็นภาพที่ชัดเจนขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้นนี้ เชื่อว่า จะทำให้เศรษฐกิจครึ่งปีหลังมีบรรยากาศที่สดใสขึ้น กว่าช่วงที่การเมืองยังไร้ทิศทางที่ชัดเจน รวมถึง การเร่งผลักดันโครงการเมกกะโปรเจคต่างๆ จะทำให้พลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ดีที่สุด

นอกจากนี้ ควรเร่งจัดการปัญหาต่างๆ ที่มีผลให้ต้องประกาศเคอร์ฟิวให้เร็วที่สุด เพื่อยกเลิกเคอร์ฟิวให้ได้ภายใน 1 สัปดาห์นับจากนี้ ซึ่งการยกเลิกเคอร์ฟิวจะดึงภาคการท่องเที่ยวกลับคืนมาทันที

อดิเรก ปฏิทัศน์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย หรือเอทีซีไอ เปิดเผยว่า การเร่งจ่ายเงินจำนำข้าว และเดินหน้าโครงการอื่น เชื่อว่าจะทำให้ไตรมาส 3 ปีนี้ทุกอย่างจะฟื้น และก็ต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณโครงการภาครัฐอื่นๆ รวมถึงโครงการไอทีที่เกี่ยวกับการศึกษาด้วย เชื่อว่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และมีส่วน ช่วยผู้ประกอบการไอทีไทย ซึ่งตลอดประมาณ 5 เดือนแรกของปีนี้ ชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่อง

ทวี ปิยะพัฒนา ประธานกลุ่มบริษัท แปซิฟิคแปรรูป สัตว์น้ำ หรือพีเอฟพี กล่าวว่า นโยบายเร่งด่วนของ คสช.ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะนโยบายที่ประกาศออกมาเป็นเรื่องที่น่าเห็นด้วย และน่าจะทำได้ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของนักธุรกิจไทยและนักลงทุนต่างชาติกลับมาโดยเร็ว

ในส่วนของประชาชนคนไทยตอนนี้กำลังใจเริ่มดีขึ้น ถ้ามีนโยบายที่เป็นแบบนี้เชื่อว่าภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยจะกลับมาฟื้นตัวในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน ซึ่งในส่วนธุรกิจของบริษัทยังคงเดินไปตามแผนงานที่วางไว้ เพื่อให้มีผลประกอบการที่เป็นไปตามเป้าหมาย

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน