
จ้างงาน4เดือนดิ่งดุ
ร่วงถึง40%สวนยอดสมัครโต20%อาชีพฮอตงานบุคคล/ไอที/การเงิน
ร่วงถึง40%สวนยอดสมัครโต20%อาชีพฮอตงานบุคคล/ไอที/การเงิน
จ๊อบส์ ดีบี ระบุ 4 เดือน ยอดหาคนทำงานลดเกือบครึ่ง เอกชนเน้นรักษาคนเก่า สวนทางยอดผู้สมัครพุ่ง
นางนพวรรณ จุลกนิษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ความต้องการหาคนทำงานเดือน ม.ค.เม.ย.ที่ผ่านมา ลดลงถึง 40% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปี 2556 เป็นผลจากเหตุการณ์วุ่นวายในบ้านเมืองที่มีต่อเนื่อง ทำให้หลายองค์กรเลือกจ้างงานมากขึ้น เน้นเฉพาะตำแหน่งที่สำคัญต่อธุรกิจและต้องการจริงๆ ตรงกันข้ามกับความต้องการหางานของผู้สมัครในช่วงเดียวกันที่พุ่งขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เพราะเมื่อผู้ประกอบการชะลอจ้างงาน แต่มีนักศึกษาจบใหม่เข้ามาเพิ่มจำนวนคนที่ต้องการงาน ทำให้ยอดผู้สมัครสูงขึ้น
"ผู้ประกอบการยังชะลอจ้างงานใหม่ รอดูความชัดเจนของสถานการณ์ในอนาคต ถ้าเศรษฐกิจยังซบเซา คงไม่เพิ่มจำนวนการผลิตหรือขยายกิจการ ผลพวงที่เป็นลูกโซ่ตามมาคือ การจ้างงานใหม่ย่อมไม่เกิดขึ้น" นางนพวรรณ กล่าว
กลุ่มธุรกิจที่ต้องการคนทำงานมาก 5 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจการจัดการทรัพยากรบุคคลหรือที่ปรึกษาทรัพยากรบุคคล ธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) และธุรกิจบริการด้านการเงิน ซึ่งเป็น 3 กลุ่มที่ติดอันดับสม่ำเสมอ อีก 2 กลุ่มที่ต้องการแรงงานมากติด 1 ใน 5 ทดแทนธุรกิจที่เคยติดอันดับปีก่อนคือ ธุรกิจสายการผลิต เช่น วิศวกร หรือช่างต่างๆ ที่ยังขาดแคลน และธุรกิจโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การตลาด เพราะเป็นกลุ่มที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้โตสูง ด้านตำแหน่งที่มีผู้สนใจสมัครงานสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ เจ้าหน้าที่การตลาด พนักงานขายและลูกค้าสัมพันธ์ วิศวกร เจ้าหน้าที่ทรัพยากรบุคคล และเจ้าหน้าที่ไอที
ทั้งนี้ แม้แนวโน้มการจ้างงานใหม่ยังชะลอตัว แต่ผู้ประกอบการยังรักษาแรงงานเดิมไว้ ปรับกลยุทธ์บริหารจัดการบุคคล โยกย้ายพนักงานไปทำงานสาขาอื่น ลดกำลังการผลิต หรือลดชั่วโมงทำงานทั้งในและนอกเวลาบ้าง พร้อมขอความร่วมมือพนักงานให้ทำงานนอกเหนือจากรายละเอียดตำแหน่งงาน (จ๊อบดิสคริปชั่น) หรือขอให้ช่วยกันประหยัดพลังงาน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในบริษัท เพื่อพยุงธุรกิจให้พ้นวิกฤตไปก่อน
ขณะที่ความต้องการคนทำงานในอนาคตยังประเมินยากขึ้นกับการเมืองและเศรษฐกิจไตรมาส 3 และ 4 นี้ ถ้าเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น การจ้างงานดีขึ้นแน่นอน เพราะภาคธุรกิจจะขยายกำลังการผลิตหรือสาขา รองรับความต้องการผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น อยากแนะนำว่าช่วงนี้ทุกบริษัทควรรักษาพนักงานให้ดีที่สุด และอาจจูงใจพนักงานเพิ่มความรู้ ไปอบรมสัมมนากับหน่วยงานภายนอก เพื่อประโยชน์เตรียมพร้อมการทำงานหลังเศรษฐกิจดีขึ้นด้วย







