
คลังดิ้นลดค่าค้ำกู้เอสเอ็มอี
ต่อรองไอเอฟซีลดดอกเบี้ยค่าธรรมเนียมหวั่นรายย่อยแบกรับต้นทุนสูงถึง15%
ต่อรองไอเอฟซีลดดอกเบี้ยค่าธรรมเนียมหวั่นรายย่อยแบกรับต้นทุนสูงถึง15%
เพิ่มค้ำประกันเอสเอ็มอีเจอตอ คลังเร่งต่อรองไอเอฟซีลดค่าธรรมเนียม ดันต้นทุนสูงแตะ 15%
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการเจรจาให้บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอฟซี) มาร่วมค้ำประกันสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบขนาด กลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพิ่มจาก 18% ของวงเงินสินเชื่อเป็น 50% ว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการเจรจาขอให้ไอเอฟซีลดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันลง เนื่องจากไอเอฟซีคิดค่าธรรมเนียม 4% ของวงเงินค้ำประกัน จากปัจจุบันที่คิด 3.5% ซึ่งจะทำให้เอสเอ็มอีต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นตาม
ทั้งนี้ หากไอเอฟซีคิดค่าธรรมเนียมในอัตรา 4% จะทำให้เอสเอ็มอีมีต้นทุนค่าธรรมเนียมรวมกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงถึง 15%
“เราต้องการให้ไอเอฟซีมาค้ำประกันร่วมกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) อัตรา 18% ของวงเงินสินเชื่อ และปัจจุบัน บสย.จะคิดค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน 1.75% เพื่อให้วงเงินค้ำประกันเพิ่มขึ้นเป็น 50% นอกจากนี้ เอสเอ็มอียังต้องเสียอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ธนาคารพาณิชย์อีก เฉลี่ยประมาณ 8.5% ต้นทุนรวมจะสูงถึง 15% ซึ่งเป็นภาระที่สูงเกินไป” แหล่งข่าว เปิดเผย
ทั้งนี้ บสย.จะค้ำประกันสูงสุดไม่เกินรายละ 40 ล้านบาท ซึ่งหากวงเกินสูงขึ้น เอสเอ็มอีอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะสินเชื่อเอสเอ็มอีเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยง ซึ่งตามธุรกรรมปกตินั้น สถาบันการเงินจะคิดค่าธรรมเนียมสูงตามความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงการคลังได้พยายามต่อรองให้ไอเอฟซีคิดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันในอัตราต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเอสเอ็มอี หากเจรจาไม่สำเร็จก็เป็นไปได้ที่จะต้องยกเลิกความช่วยเหลือดังกล่าว
อย่างไรก็ดี หากไม่มีโครงการดังกล่าว คาดว่าจะมีการนำมาตรการช่วยเหลือเมื่อปี 2550 คือ การเว้นชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันปีแรกมาใช้แทน เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้เอสเอ็มอี
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ลูกค้าเอสเอ็มอีขณะนี้ยังมีคุณภาพหนี้ในเกณฑ์ดี แต่มีบางรายที่เริ่มท้อ ธนาคารได้ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามดูแลใกล้ชิดเพื่อให้ความช่วยเหลือ โดยขณะนี้มีลูกค้าบางรายขาดสภาพคล่องบ้าง แต่ไม่น่ากังวล
สำหรับการเพิ่มวงเงินค้ำประกันให้เอสเอ็มอีเป็น 50% เป็นแนวทางที่มีประโยชน์กับลูกค้าที่หลักประกันไม่เพียงพอ ช่วยให้ธนาคารมั่นใจปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
ด้าน นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารมั่นใจที่จะปล่อยกู้มากขึ้นหากมีการเพิ่มระดับการค้ำประกัน แต่หากมีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นก็เป็นภาระที่ลูกหนี้ต้องพิจารณาว่ารับได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญสำหรับเอสเอ็มอี คือ สภาพคล่อง ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นคงไม่ใช่อุปสรรค







