
อยากเห็นอะไร
5 ปีต่อจากนี้ คุณมองเห็นตัวเองอย่างไร?
5 ปีต่อจากนี้ คุณมองเห็นตัวเองอย่างไร?
นี่คงเป็นคำถามที่หลายคนน่าได้ยินมาบ้างในการสัมภาษณ์งาน และนี่ก็เป็นคำถามที่ดิฉันอยากจะถาม “คนไทย” ว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า คุณอยากจะเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไร
คำตอบนี้มีความสำคัญ โดยเฉพาะหากคนตอบเป็น “ผู้มีอำนาจ” พอที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่า “เสียงเล็กๆ” ของประชาชนธรรมดาจะไม่มีความหมายเสียเลยทีเดียว เพราะหากรวมตัวกันติด เสียงเล็กๆ จะกลายเป็น “เสียงใหญ่” ที่ผู้มีอำนาจไม่ควรจะเพิกเฉย
ก่อนจะมองไปถึงอนาคต เราต้องมาดูกันว่า ตอนนี้ประเทศไทยยืนอยู่ตรงไหนแล้ว
สถาบันเพื่อพัฒนาการจัดการ หรือ ไอเอ็มดี ได้จัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศต่างๆ ทั่วโลกประจำปี 2557 จำนวน 60 ประเทศ ซึ่งปีนี้ไทยร่วงลง 2 อันดับ จากที่ 27 ในปีที่แล้ว มาอยู่อันดับ 29 ในปีนี้
หากเทียบกับชาติอาเซียน 5 ประเทศ ที่อยู่ในการจัดอันดับครั้งนี้ เราอยู่หลังสิงคโปร์ ที่ติดอันดับ 5 และมาเลเซีย อันดับ 15 แต่ยังสูงกว่าฟิลิปปินส์ อันดับ 38 และอินโดนีเซีย อันดับ 39
ผู้บริหารของไอเอ็มดี บอกว่า อันดับที่ลดลงของไทยมาจากภาวะทางตันทางการเมืองล้วนๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของประเทศ
เขาบอกว่า จริงๆ แล้ว ไทยมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งมากในหลายอุตสาหกรรม เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ อาหาร และบริการ อัตราการว่างงานของคนรุ่นใหม่ก็ต่ำมาก ขณะที่เรื่องระบบคมนาคมขนส่งหรือโลจิสติกส์ก็อยู่ในเกณฑ์ดี หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่รายล้อม
แต่ความไม่แน่นอนด้านการเมืองและสังคมกำลังทำให้นักลงทุนกังวลใจ เพราะไม่มีใครสามารถทำนายได้จริงๆ ว่า จุดจบของปัญหาทางการเมืองปัจจุบันจะเป็นอย่างไร
แต่ท่ามกลางภาพที่มืดมน ประธานของไอเอ็มดีก็ได้ให้ความหวังเล็กๆ กับคนไทยว่า ยังมี 3 เรื่อง ที่ภาคธุรกิจสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ ไม่ว่าปัจจัยแวดล้อมทางการเมืองจะเป็นอย่างไรก็ตาม ได้แก่ นวัตกรรมความเป็นผู้ประกอบการ และ การบริหารจัดการแบรนด์ โดยเฉพาะในประเด็นแรกจำเป็นต้องทุ่มเงินลงทุนให้มากๆ ไม่อย่างนั้นก็เสี่ยงที่จะล้าหลังคนอื่น
ส่วนเรื่องการคิดเป็นผู้ประกอบการก็เป็นสิ่งสำคัญในระยะยาวเช่นกัน เพราะจะช่วยเพิ่มการจ้างงานและเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป
อย่างไรก็ตาม การลงทุนต่างๆ ทั้งเรื่องสร้างธุรกิจใหม่ หรือการสร้างแบรนด์เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความเชื่อมั่น ซึ่งหากไม่เชื่อมั่นก็คงไม่มีใครอยากควักกระเป๋าลงทุนแน่ๆ
เมื่อดูจากการประเมินและความคิดเห็นของไอเอ็มดีแล้ว ดิฉันเชื่อว่าทุกคนรู้และเข้าใจดีถึงสถานการณ์บ้านเมืองของเราว่า อะไรคือปัญหา อะไรคือจุดอ่อน และอะไรคือจุดแข็ง
มาถึงวันนี้ “อำนาจ” บริหารประเทศ ได้ถูกเปลี่ยนมืออีกรอบ ไม่มีใครทำนายได้จริงๆ ว่า ประเทศเราจะเดินไปในทิศทางใด แต่สำหรับ “ผู้มีอำนาจ” ในวันนี้ การมองอนาคตแค่ 5 ปี คงไม่พอ เพราะนอกจากอยากเห็นประเทศเป็นอย่างไรแล้ว ต้องคิดเผื่อด้วยว่า อยากให้คนรุ่นหลังรู้จักและจดจำ “ผู้นำ” อย่างไรด้วย
และที่สำคัญคนไทยทุกคนก็ต้องทำ “หน้าที่” ของตนเองอย่างดีที่สุด เพื่อจะช่วยสร้างสรรค์บ้านเมืองให้เป็นในสิ่งที่เราอยากจะเห็นในอนาคต







