
บิ๊กSUTHAเต้นหุ้นถูกปั่น
ราคาซิลลิ่งไร้เหตุผลสนับสนุนผู้บริหารเล็งเพิ่มฟรีโฟลตแก้ลํา
ราคาซิลลิ่งไร้เหตุผลสนับสนุนผู้บริหารเล็งเพิ่มฟรีโฟลตแก้ลํา
ผู้บริหารสุธากัญจน์ลั่นหุ้นถูกปั่น ซิลลิ่งไม่มีเหตุผลแจงธุรกิจไม่มีอะไรเปลี่ยน กำลังคิดปล่อยหุ้นเพิ่มสภาพคล่อง
นายปัญชฤทธิ์ มนต์เสรีนุสรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุธากัญจน์ (SUTHA) เปิดเผยว่า ผู้บริหารมีการหารือกันและมองว่าน่าจะมีคนเข้ามาทำราคาหุ้น SUTHA โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ราคาพุ่งขึ้นสูงสุด 30% ชนซิลลิ่งปิดที่ 7.20 บาท ทั้งๆ ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญและราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาแรงก็ไม่สะท้อนกับธุรกิจของบริษัทในปัจจุบัน
“เมื่อวันศุกร์ราคา SUTHA ขึ้นแรงสวนทางภาวะตลาดโดยรวมที่ส่วนใหญ่ปรับลงในบรรยากาศบ้านเมืองเช่นนี้ ทำให้บริษัทดูไม่ดีเลย ทั้งๆ ที่อยากให้นักลงทุนดูปัจจัยพื้นฐานของบริษัทมากกว่า เท่าที่เห็นมีนักวิเคราะห์หลักทรัพย์บางคนเขียนวิเคราะห์ราคาออกมา แต่ก็มองว่าไม่น่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาปรับขึ้นได้มากขนาดนี้ ทำให้เชื่อว่าต้องมีใครเข้ามาทำอะไรหุ้นของบริษัทแน่ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีใครเข้ามาคุยกับบริษัทเลย” นายปัญชฤทธิ์ กล่าว
ตลาดหลักทรัพย์ได้สอบถามถึงความผิดปกติของราคาหุ้นบริษัทแล้ว ซึ่งได้ชี้แจงไปว่า ปัจจุบันบริษัทไม่มีการเจรจาธุรกิจใดๆ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อผลการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ดี ตอนนี้รอดูการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบริษัทอีกสักพัก ถ้าราคายังร้อนแรงก็คงต้องหาทางแก้ไข และมองว่าการขายหุ้นที่เสนอขายให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) เพียง 75 ล้านหุ้น หรือ 25% ของทุนเรียกชำระแล้วน่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ใครเข้ามาทำราคาหุ้นได้ง่าย ดังนั้นอาจจะพิจารณานำหุ้นในส่วนของครอบครัวมนต์เสรีนุสรณ์ที่ถือไว้ 75% บางส่วนมาขายบนกระดานหุ้นเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง (ฟรีโพลต) และน่าจะช่วยไม่ให้ใครมาทำราคาหุ้นบริษัทได้ง่าย
ทั้งนี้ SUTHA เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ราคาไอพีโอที่ 3.70 บาท
นายปัญชฤทธิ์ กล่าวต่อว่า แผนการดำเนินงานของบริษัทก็ยังคงเป้าหมายเดิมที่เคยเปิดเผยตั้งแต่ช่วงไอพีโอว่า ปีนี้รายได้จะเติบโตมากกว่า 10% จากปีก่อน และจะเป็นปีแรกที่บริษัทจะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจวางระบบวิศวกรรมประมาณ 810% จากปีก่อนไม่ถึง 1% โดยบริษัทยังมีรายได้หลักจากการผลิตและจำหน่ายปูนขาว
ขณะที่งานระบบวิศวกรรมเป็นแผนงานที่บริษัทได้ตั้งเป้าไว้แล้วหลังบริษัทสามารถออกแบบและผลิตเตาเผาปูนขาวได้เพื่อลดต้นทุนการดูแลค่าใช้จ่ายของบริษัท และในอนาคตสามารถช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัท ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าต่างประเทศที่ต้องการลดต้นทุนการขนส่งปูนขาว โดยให้บริษัทไปติดตั้งเตาเผาแทน ซึ่งปัจจุบันน่าจะเริ่มเห็นผลมากขึ้นหลังสิ้นปีที่ผ่านมาบริษัทร่วมลงทุน 10% ในบริษัท PT.Krakatau Industrial Estate Cilegon ที่อินโดนีเซีย เพื่อใช้ขยายตลาดงานผลิตระบบวิศวกรรม
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันลูกค้าในประเทศที่สั่งปูนขาวไปใช้เป็นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมต่างๆ ยังไม่มีรายใดชะลอคำสั่งซื้อปูนขาว และบริษัทใช้กำลังการผลิตเต็ม 100% แม้เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลงก็ตาม







