posttoday
รับมือภัยพิบัติด้วยโมเดล 3 มิติ

รับมือภัยพิบัติด้วยโมเดล 3 มิติ

26 พฤษภาคม 2557

การออกแบบสิ่งก่อสร้างต่างๆ โดยไม่มองล่วงหน้าถึงอนาคตมักก่อให้เกิดปัญหาพังทลายเมื่อเกิดภัยพิบัติอันคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว น้ำท่วม สึนามิ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ โดยสาเหตุวิกฤตการณ์ของสิ่งก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ นั้นมาจากสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าพื้นที่ประเทศไทยจะอยู่ในตำแหน่งที่ดี ไม่ค่อยเจอเหตุการณ์ภัยพิบัติรุนแรงเช่นประเทศอื่นๆ แต่ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ประเทศไทยได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางภาคเหนือซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย

การออกแบบสิ่งก่อสร้างต่างๆ โดยไม่มองล่วงหน้าถึงอนาคตมักก่อให้เกิดปัญหาพังทลายเมื่อเกิดภัยพิบัติอันคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว น้ำท่วม สึนามิ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ โดยสาเหตุวิกฤตการณ์ของสิ่งก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ นั้นมาจากสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าพื้นที่ประเทศไทยจะอยู่ในตำแหน่งที่ดี ไม่ค่อยเจอเหตุการณ์ภัยพิบัติรุนแรงเช่นประเทศอื่นๆ แต่ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ประเทศไทยได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางภาคเหนือซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย

ต่อสิ่งก่อสร้างมากมายรวมไปถึงถนนหลายสายและสถานที่สำคัญต่างๆ

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นมาความแรงถึง 6.3 ริกเตอร์ และเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกมากกว่า 700 ครั้ง รัฐบาลจะต้องหาวิธีการใหม่ๆ ในการป้องกันและลดความเสียหาย อันจะเกิดจากเหตุแผ่นดินไหวและน้ำท่วม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการดูแลรักษาแบบระยะยาว รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยปัจจุบันเทคโนโลยีจากออโตเดสก์และที่อื่นๆ มีการผสมผสานระหว่างการออกแบบทางสถาปัตยกรรม วิศวกรรมและข้อมูลทางด้านภูมิศาสตร์เข้าด้วยกัน หากตัวเมืองมีการใช้ฐานข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่แม่นยำ จะช่วยให้การวางผังเมืองและการจัดการต่างๆ สะดวกมากยิ่งขึ้น

การจำลองโมเดลเมืองเป็น 3 มิติ จะช่วยให้ผู้ก่อสร้าง สถาปนิก วิศวกร เห็นภาพรวมของเมืองและจัดลำดับความสำคัญในการฟื้นฟูเมื่อเกิดภัยพิบัติได้ ทั้งยังสามารถใช้วางแผนสิ่งก่อสร้างที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทางรัฐได้ใช้ดิจิทัลโมเดลในการจำลองเมืองทั้งเมือง โดยในโมเดลจะมีข้อมูลทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสภาพโครงสร้างพื้นฐานทั้งบนดินและใต้ดิน ข้อมูลนี้ผู้ที่ทำการวางผังเมือง, วิศวกร, โยธาธิการ และคนอื่นๆ ที่อาจจำเป็นต้องใช้และช่วยให้ระบุตำแหน่งพื้นที่ที่ดีที่สุดคือการพัฒนาในอนาคตได้

ขณะที่ประเทศในเอเชียมีการเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดจากภัยพิบัติตามธรรมชาติก็สูงมากขึ้นเช่นกัน กว่าเราจะสามารถทำความเข้าใจวิถีของภัยพิบัตินี้ให้ดีขึ้นได้ก็สายไปเสียแล้ว พวกเราเองก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำได้ว่า ไต้ฝุ่น น้ำท่วม และแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นที่ไหน แต่รู้ว่าจะต้องเกิดขึ้นแน่นอนและไม่มีทางเลี่ยงได้ แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมสำหรับเหตุการณ์เช่นนี้ได้ ดังนั้น การใช้ดิจิทัลโมเดล 3 มิติ สำหรับสิ่งก่อสร้างต่างๆ หรือการวางผังเมือง เพื่อศึกษาและเตรียมความพร้อมสำหรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับประเทศไทยในการเข้าสู่ยุคแห่งโลก 3 มิติ

หากเราไม่สนใจเริ่มต้นกับเทคโนโลยีใหม่นี้ และรอจนกว่าจะเกิดภัยพิบัติก่อน อาจสายเกินแก้ หากเราต้องการลงทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต แบบจำลองดิจิตอลถือว่าเป็นหนึ่งในคำตอบของคำถามนี้ เพราะจะสามารถจำลองภาพและสร้างสถานการณ์จำลองว่าโครงสร้างต่างๆ จะได้รับผลกระทบอย่างไรหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหรือแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ คงไม่มีอะไรจะกระทบจิตใจมากไปกว่าการเห็นสะพานรุ่นเก่าๆ ที่เราเห็นจนชินตาอยู่ทุกวันได้พังทลายไปต่อหน้าต่อตา ในเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่มีแนวโน้มว่าอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเริ่มลงมือสร้างความ ยั่งยืนและความปลอดภัยให้กับเมืองของเราเอง

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว