posttoday
ปุ้มปุ้ยลดเสี่ยงธุรกิจแตกไวท์คอฟฟี่"เช็คฮับ"เสริมทัพ

ปุ้มปุ้ยลดเสี่ยงธุรกิจแตกไวท์คอฟฟี่"เช็คฮับ"เสริมทัพ

26 พฤษภาคม 2557

โดย...จะเรียม สำรวจ

โดย...จะเรียม สำรวจ

ดำเนินธุรกิจอาหารกระป๋องแบรนด์ ปุ้มปุ้ย มากว่า 30 ปี ครั้งนี้เป็นจังหวะดีที่จะต่อยอดธุรกิจ กว่า 30 ปีที่บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋องภายใต้แบรนด์ ปุ้มปุ้ย ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกมาทำตลาดอย่างมากมาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของปลากระป๋อง และหอยลายกระป๋อง ปัจจุบันมีรสชาติของสินค้าให้เลือกมากว่า 30 รสชาติ จากจำนวนรสชาติที่คิดค้นมาทั้งหมดกว่า 100 รสชาติ

จากความสำเร็จที่ได้รับจากการทำตลาดสินค้าดังกล่าวส่งผลให้ ปุ้มปุ้ย ออกมาต่อยอดธุรกิจกลุ่มสินค้าดังกล่าว ด้วยการเปิดตัวสินค้าในกลุ่มสแน็กเข้ามาทำตลาด จำนวน 2 รสชาติ คือ รสวาซาบิและรสสาหร่าย เข้ามาเสริมทัพให้กลุ่มธุรกิจสแน็กมีความแข็งแกร่งมากขึ้น

แต่จากปัจจัยลบที่เข้ามารุมเร้าอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นในด้านของเศรษฐกิจ การเมือง ตลอดจนคู่แข่งในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น ปุ้มปุ้ยต้องปรับแผนลดความเสี่ยง ซึ่งล่าสุดก็ให้ความสนใจธุรกิจกาแฟ ด้วยการเอกซ์คลูซีฟแบรนด์ กาแฟ เช็ค ฮับ (Check Hub) จากเมืองอิโปห์ ประเทศมาเลเซีย เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย

ไกรเสริม โตทับเที่ยง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล กล่าวว่า การที่บริษัทให้ความสนใจธุรกิจกาแฟจากเมืองอิโปห์ เพราะเป็นกาแฟที่มีความโดดเด่นในด้านของรสชาติการเป็น ไวท์ คอฟฟี่ (White Coffee) ที่ชาวเมืองอิโปห์ มีการคิดค้นสูตรการคั่วกาแฟ ไวท์ คอฟฟี่ ขึ้นมา ด้วยการคั่วกาแฟกับมาการีน หรือที่เรียกกันว่าเนยเทียม เป็นกระบวนการที่ทำให้สีกาแฟอ่อนลง ซึ่งเป็นสูตรลับเฉพาะพิเศษทำให้ได้ความหอมหวานมันแบบ ไวท์ คอฟฟี่ เอกลักษณ์ตามแบบฉบับของเมืองอิโปห์

“รสชาติของ ไวท์ คอฟฟี่ แตกต่างจากรสชาติกาแฟโดยทั่วไป คือ ไม่มีรสชาติเปรี้ยว ซึ่งเกิดจากการคั่วกาแฟสุกไม่เท่ากัน ขณะเดียวกันไวท์ คอฟฟี่ ยังใส่สารแต่งกลิ่น จึงทำให้ได้รสชาติของกาแฟที่แท้จริง” ไกรเสริม กล่าว

การเริ่มต้นทำตลาด เช็ค ฮับ ช่วงปลายปี 2556 ยอมรับว่าผลตอบรับยังไม่น่าพอใจ หลังจากเจรจากับเจ้าของแบรนด์ เช็ค ฮับ เป็นที่สำเร็จ ไกรเสริม ก็ได้เริ่มนำกาแฟดังกล่าวเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปี 2556 ที่ผ่านมา ด้วยการทดลองนำเข้ากาแฟไวท์ คอฟฟี่ ภายใต้แบรนด์ เช็ค ฮับ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยประมาณ 4 ตู้คอนเทนเนอร์ ไกรเสริม ยอมรับว่ายังได้ผลการตอบรับจากผู้บริโภคไม่ดีนัก เพราะเป็นสินค้าใหม่และเป็นการทดลองทำตลาด ยังไม่มีการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างจริงจัง

“ปีที่แล้วเราทดลองนำสินค้าเข้าไปทำตลาดในซูเปอร์มาร์เก็ตของท็อปส์ และซูเปอร์มาร์เก็ตของเดอะมอลล์ ยังได้ผลการตอบรับไม่ดีเท่าไหร่ เพราะคนไทยยังไม่รู้จัก ซึ่งรูปแบบของสินค้าที่นำเข้าไปทำตลาดจะมีด้วยกัน 2 กลุ่ม คือ ทรีอินวัน และทูอินวัน (กาแฟดำใส่น้ำตาล) มีจำหน่ายใน 2 รูปแบบ คือ แบบกล่อง 8 ซอง ราคา 120 บาท และแบบถุง 12 ซอง 170 บาท” ไกรเสริม กล่าว

ดังนั้น นับจากนี้ไปจะเห็นกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น การจัดชิมเพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองชิมสินค้า และรู้จักสินค้ามากขึ้น เพราะตลาดไวท์ คอฟฟี่ เป็นตลาดบลูโอเชียน มีช่องว่างให้เข้ามาทำตลาดอีกมาก เนื่องจากยังไม่มีผู้เล่นในตลาด ดังนั้นแนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้จะเน้นการสร้างแบรนด์ให้ผู้บริโภครู้จักเป็นหลัก

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะทำร้านกาแฟ ไวท์ คอฟฟี่ ภายใต้แบรนด์ เช็ค ฮับ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาตลาด และความเป็นไปได้ในการเปิดร้านกาแฟ เพราะปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจร้านกาแฟค่อนข้างดุเดือดรุนแรง

“เราอยากทำร้านกาแฟ เพราะปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีร้านกาแฟที่ทำไวท์ คอฟฟี่ แต่จากการที่ตลาดกาแฟบ้านเราเป็นตลาดที่ใหญ่ และมีการแข่งขันที่ดุเดือด เราจึงต้องศึกษาตลาดให้ดีๆ ทั้งในด้านของกลุ่มเป้าหมายและทำเลที่จะเข้าไปเปิดให้บริการ ซึ่งทำเลถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก” ไกรเสริม กล่าว

แม้ว่าจะเป็นธุรกิจน้องใหม่ล่าสุด และทำรายได้ให้กับบริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล ยังไม่มากเมื่อเทียบกับธุรกิจปลากระป๋อง และหอยลายกระป๋อง แต่จากโอกาสที่ยังรออยู่ ประกอบกับปีนี้จะมีการออกมาทำกิจกรรมการตลาดสร้างแบรนด์ไวท์ คอฟฟี่ เช็ค ฮับ อย่างจริงจัง ไกรเสริม มั่นใจว่าสิ้นปีนี้น่าจะมีรายได้จากธุรกิจกาแฟเติบโตแบบเท่าตัว จากปีก่อนมีรายได้อยู่ที่ 3-4 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีนี้น่าจะเพิ่มเป็น 78 ล้านบาท

แผนการลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจของ บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล ยังมีธุรกิจใหม่ๆ ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและสามารถต่อยอดธุรกิจเดิมได้ เพียงแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69